Blog

Blog

ประวัติการฝังและเผาศพ ในยุคเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน

ประวัติการฝังและเผาศพ ในยุคเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน

รู้ไหมว่าการฝังศพตั้งแต่ยุคเริ่มแรก จนถึงปัจจุบันนั้น มีการวิวัฒนาการมาแล้วหลากหลายวิธี ซึ่งในแต่ละยุคก็จะมีความแตกต่างกันไป ตามความเชื่อและวัฒนธรรมที่รับเอามาจากชาติอื่นในยุคนั้นๆ ด้วย โดยเราก็จะพาคุณไปดูกันว่า การฝังและเผาศพตั้งแต่ยุคเริ่มแรกมาจนถึงทุกวันนี้เป็นอย่างไร ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการการฝังศพในยุคแรก เมื่อ 5,000 ปีมาแล้วฝังศพครั้งที่สอง ต้นเค้าโกศ ในยุค 2,500 ปีเริ่มต้นเผาศพแบบอินเดีย ในยุค 1,500 ปีสร้างเมรุเผาศพ เลียนแบบนครวัต เมื่อ 400 ปีมาแล้วเริ่มมีเมรุในวัดทั่วไป เมื่อ 200 ปีการฝังศพและเผาศพในยุคปัจจุบันของที่ระลึกงานศพ การฝังศพในยุคแรก เมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว เมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว เป็นยุคที่เริ่มมีการฝังศพคนตายเป็นครั้งแรก โดยยุคนั้นยังไม่มีการเผาศพเกิดขึ้น ซึ่งการฝังศพก็จะฝังไว้ที่บริเวณใต้ถุนเรือนของคนตายนั่นเอง หรือบางแห่งก็อาจจะฝังไว้ตรงลานกลางบ้าน โดยจะมีการจัดท่าทางของศพให้นอนราบเหยียดยาวไปบนพื้น ไม่งอเข่า แต่ทั้งนี้การฝังศพคนตายในยุค 5,000 ปีมาแล้ว จะทำเฉพาะกลุ่มคนที่มีอำนาจ มีบริวาร หรือเป็นกลุ่มคนชั้นนำเท่านั้น ส่วนสามัญชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการฝังศพได้ เพราะเชื่อกันว่าพิธีกรรมนี้จะต้องทำในกลุ่มคนชั้นสูงเท่านั้น ดังนั้นกรณีที่เป็นศพของคนทั่วไป ก็จะถูกทิ้งไว้เฉยๆ นั่นเอง   ฝังศพครั้งที่สอง ต้นเค้าโกศ ในยุค

เครื่องมือเครื่องใช้ที่ถูกฝังกับศพในยุคดึกดำบรรพ์

เครื่องมือเครื่องใช้ที่ถูกฝังกับศพในยุคดึกดำบรรพ์

การฝังศพพร้อมกับภาชนะดินเผา และข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ เป็นรูปแบบที่นักโบราณคดีได้ค้นพบว่ามีลักษณะร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อุษาคเนย์ หรือ เอเชียอาคเนย์) มาแต่โบราณกาล ซึ่งการฝังเครื่องมือเครื่องใช้พร้อมกับศพเป็นรูปแบบพิธีกรรมปลงศพที่นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า มีความเกี่ยวพันกับชีวิตหลังความตายของผู้คนในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเราจะพาคุณไปหาคำตอบกันว่าเหตุใดจึงต้องมีการฝังเครื่องมือเครื่องใช้ไปพร้อมกับศพ และทำไมรูปแบบดังกล่าวจึงพบได้ทั่วไปในพื้นที่ภูมิภาคนี้   ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการพิธีกรรมการฝังศพในยุคดึกดำบรรพ์ ทำไมต้องฝังเครื่องมือเครื่องใช้พร้อมกับศพประเภทเครื่องมือเครื่องใช้ที่ฝังกับศพ มีอะไรบ้าง1. เฉลว เครื่องจักรสาน 2. หม้อเขียนสีบ้านเชียง 3. หม้อบ้านเชียงไม่ได้ใช้ใส่อาหาร พิธีกรรมการฝังศพในยุคดึกดำบรรพ์ หลักฐานทางโบราณคดีพบว่าทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย มีการขุดพบข้าวของเครื่องใช้ และเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมากที่ภายในบรรจุกระดูกของผู้วายชนม์ บ่งชี้ว่าพิธีกรรมการฝังศพ (Mortuary Practice) ในภูมิภาคนี้มีลักษณะร่วมกัน นั่นคือมีรูปแบบการจัดการศพ จำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ (1)การฝังศพครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการฝังร่างของผู้ล่วงลับลงไปในดินร่วมกับข้าวของเครื่องใช้หรือไม่ก็ได้ (2)การฝังศพครั้งที่ 2 เป็นการขุดร่างที่ฝังครั้งแรกขึ้นมาเพื่อเก็บกระดูกที่หลงเหลือจากการย่อยสลายเพื่อนำไปบรรจุลงในภาชนะเครื่องปั้นดินเผา แล้วนำไปฝังดินอีกครั้ง และ (3)เมื่อพิธีการเผาศพเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกับพุทธศาสนา การเผาศพจึงเป็นรูปแบบในการจัดการศพรูปแบบใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งการฝังศพอีกต่อไป และพิธีกรรมดังกล่าวก็ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ประเพณีการฝังศพก็เริ่มเลือนหายไป เหลือไว้เพียงหลักฐานทางโบราณคดีที่ยังถูกขุดพบเจอภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่บรรจุกระดูกคนตายอยู่เรื่อย ๆ ในปัจจุบัน   ทำไมต้องฝังเครื่องมือเครื่องใช้พร้อมกับศพ นักโบราณคดีเชื่อว่าการฝังข้าวของเครื่องใช้ประเภทภาชนะเครื่องปั้นดินเผาไปพร้อมกับศพนั้น

7 ข้อดีสุดคุ้ม หากเลือกซื้อของชำร่วยกับร้านค้าออนไลน์

7 ข้อดีสุดคุ้ม! หากเลือกซื้อของชำร่วยกับร้านค้าออนไลน์

สำหรับการเลือกซื้อของชำร่วยในงานแต่งงาน คู่รักบางคู่อาจจะอยากประหยัดงบประมาณด้วยการทำของชำร่วยด้วยตัวเอง ซึ่งของชำร่วยที่เป็นงานแฮนด์เมดนั้นจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นการแสดงออกทางความรู้สึกของบ่าวสาวที่มีต่อแขกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่หากบ่าวสาวคู่ไหนไม่มีเวลาหรือต้องการความสะดวกสบายในการเลือกซื้อของชำร่วย ก็สามารถใช้ร้านค้าออนไลน์เป็นตัวช่วยในการจัดหาของชำร่วยที่เหมาะสมกับงานของคุณได้เลยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันถึงเหตุผลว่าทำไมจึงควรเลือกซื้อของชำร่วยกับร้านค้าออนไลน์ ร้านขายของชำร่วยออนไลน์ เลือกซื้อกับร้านค้าเหล่านี้แล้วจะได้รับความพิเศษอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย   ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ1. มีของชำร่วยราคาถูกให้เลือกอย่างจุใจ2. มีของชำร่วยให้เลือกหลากหลายแบบ3. มีบริการจัดส่งถึงที่ 4. ออกแบบของชำร่วยด้วยตัวเองได้5. รับโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ6. มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อ7. พร้อมดูแลหลังการจัดส่ง 1. มีของชำร่วยราคาถูกให้เลือกอย่างจุใจ งบประมาณเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดมูลค่าของของชำร่วยแต่ละชิ้น หากงานแต่งของคุณมีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมากก็อาจจะสิ้นเปลืองมากเกินไป หากต้องลงทุนสั่งทำของชำร่วย แต่สำหรับของชำร่วยที่ซื้อจากร้านค้าออนไลน์ คุณจะสามารถเลือกของที่มีราคาต่อชิ้นที่ถูกที่สุดได้ ซึ่งคุณสามารถสั่งเป็นจำนวนมากเพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนของแขกโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกินงบประมาณได้อย่างแน่นอน เพราะร้านค้าออนไลน์ ของชำร่วยออนไลน์ ส่วนใหญ่มักจะมีโปรโมชั่นให้คุณเสมอ หากสั่งหลายชิ้น บางแห่งอาจจะมีส่วนลดพิเศษให้อีกด้วย   2. มีของชำร่วยให้เลือกหลากหลายแบบ หากคุณไม่มีไอเดียในการเลือกของชำร่วยงานแต่งงาน ร้านค้าออนไลน์ ร้านขายของชำร่วย ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำแก่คุณเสมอ รวมไปถึงมีแบบของของชำร่วยให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งในสไตล์ไหน คุณก็สามารถเลือกของชำร่วยให้เข้ากับคอนเซ็ปต์หรือธีมของงานได้ โดยไม่ต้องลงทุนไปเดินเลือกตามร้านค้าต่างๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้คุณประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง และประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมาก   3. มีบริการจัดส่งถึงที่ การให้บริการแบบจัดส่งสินค้าถึงที่ เป็นบริการที่จะช่วยให้คุณสะดวกสบายมากขึ้นกับการเลือกซื้อของชำร่วยโดยอาจจะสั่งครั้งละมากๆ เพราะแทนที่คุณจะต้องขับรถไปซื้อของชำร่วยด้วยตัวเอง

งานบวช จำเป็นต้องมีของชำร่วยหรือไม่ และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสม

งานบวชจำเป็นต้องมีของชำร่วยหรือไม่ และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสม

ของชำร่วยที่นำมามอบให้แขกในงานพิธีต่างๆ นั้น เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตามความเชื่อที่ว่าเจ้าภาพผู้จัดงานควรมีสิ่งของที่เป็นสินน้ำใจมอบให้กับแขกที่มาร่วมงานเพื่อแสดงความขอบคุณ โดยนอกจากของชำร่วยจะเป็นที่นิยมมอบให้กันในงานมงคลสมรส เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณแขกของเจ้าบ่าว เจ้าสาวแล้ว อีกหนึ่งงานพิธีที่เหมาะสำหรับการมอบของชำร่วยเพื่อแสดงความขอบคุณก็คือ งานบวชนั่นเอง ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการงานบวชจำเป็นต้องมีของชำร่วยหรือไม่?ของชำร่วยงานบวช ควรเลือกแบบไหน?ของชำร่วยที่นิยมนำมาใช้ในงานบวช 1. ร่ม2. พระเครื่อง3. ไฟฉาย4. กระเป๋าผ้า5. แก้วน้ำ งานบวชจำเป็นต้องมีของชำร่วยหรือไม่? จริงๆ แล้ว แต่เดิม งานบวชที่มีมา ไม่มีข้อบังคับว่าจะต้องมีการมอบของชำร่วยให้กับผู้ที่มาร่วมงาน เพราะเจ้าภาพมักจะมีการเลี้ยงอาหารให้กับแขกเพื่อเป็นการขอบคุณอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมมากขึ้น กับการเลือกที่จะมอบของชำร่วยให้กับแขกที่มาร่วมงาน เพื่อเป็นเครื่องแสดงความขอบคุณและเป็นการแสดงมิตรไมตรีต่อแขกทุกท่านที่สละเวลามาร่วมพิธี เพราะงานบวช ถือเป็นงานที่มีกลุ่มคนหลากหลายช่วงวัยมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ ที่อายุมากแล้วแต่ก็ยังมีความตั้งใจมาร่วมงาน ดังนั้น การมอบของชำร่วยให้กับแขกในงานบวช จึงถือเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าภาพสามารถใช้เพื่อแสดงความขอบคุณต่อแขกที่มาร่วมงานได้ แต่ก็จำเป็นต้องเลือกของชำร่วยให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ที่มาร่วมงานเพื่อให้เกิดความประทับใจ และเพื่อให้แขกสามารถนำของชำร่วยชิ้นนั้นๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้   ของชำร่วยงานบวช ควรเลือกแบบไหน? การเลือกของชำร่วยงานบวช (Buddhist Ordination Gift Ideas) ควรเลือกสิ่งของที่มีความหมายดีๆ สิ่งที่เป็นมงคล และเป็นสิ่งของที่สามารถนำไปใช้จริงได้ เพราะจะทำให้ผู้ได้รับเกิดความรู้สึกที่อยากจะเก็บเอาไว้ ไม่ทิ้งไว้กลางงาน อีกทั้งยังควรเลือกสิ่งของที่นำมาใช้เป็นของชำร่วย ให้เหมาะสมกับช่วงวัยของผู้มาร่วมงานด้วย เพราะภายในงานบวชนั้น มักจะมีกลุ่มคนหลายช่วงอายุ

ไฟฉาย สุดยอดสิ่งประดิษฐ์อายุหลายร้อยปี

ไฟฉาย สุดยอดสิ่งประดิษฐ์อายุหลายร้อยปี

ไฟฉาย – แสงสว่างเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องการดำเนินชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่ครั้งอดีต โดยเฉพาะในยามตะวันตกดินที่โลกตกอยู่ภายใต้ความมืด มีเพียงแค่แสงจันทร์และดวงดาวเท่านั้นที่คอยช่วยนำทาง เหตุนี้ มนุษย์โบราณจึงต้องคิดประดิษฐ์ไฟขึ้นมาเพื่อให้ความอบอุ่น ประกอบอาหาร และนำทางในยามค่ำคืน จากกองฟืนไฟก็กลายเป็นคบเพลิง แล้วในท้ายที่สุดก็มีพัฒนาการมาเป็นไฟฉายในมือเราในปัจจุบัน วันนี้เราจึงจะมาบอกเล่าเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับไฟฉาย ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่มีความซับซ้อนและน่าอัศจรรย์มากที่สุดชิ้นหนึ่งของมนุษยชาติ   ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการประวัติของไฟฉาย หลักการทำงานของไฟฉาย ส่วนประกอบของไฟฉาย 1. หลอดไฟ 2. กระจกหน้าไฟฉาย3. กระบอกไฟฉาย 4. วงแหวนปรับระดับแสงไฟ 5. ฝาปิดท้าย 6. ยางโอริง ประเภทของไฟฉาย1. ไฟฉายหลอด2. ไฟฉายพกพา 3. ไฟฉายดำน้ำ 4. ไฟฉายแรงสูง ประโยชน์ของไฟฉาย1. ไฟฉายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับนักเดินทาง 2. ไฟฉายแรงสูงสามารถใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง 3. ไฟฉายพกพาจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน 4. ไฟฉายสามารถใช้ป้องกันตัว ประวัติของไฟฉาย นับตั้งแต่มนุษย์รู้จักการใช้ไฟเป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์ ไฟได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์มากมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาสร้างคบเพลิง เทียน ตะเกียงน้ำมัน ซึ่งแม้ว่าจะสามารถใช้งานได้มาจนถึงศตวรรษที่ 19 แต่ก็ยังมีระยะเวลาการใช้งานที่จำกัด และมีผู้ใช้งานหลายคนได้รับอันตรายจากเปลวไฟที่ปะทุออกมาจากน้ำมันก๊าด

งันเฮือนดี งานศพยุคโบราณสุดแปลก แต่งตัวฉูดฉาด ร้องรำทำเพลงอย่างสนุก

งันเฮือนดี งานศพยุคโบราณสุดแปลก แต่งตัวฉูดฉาด ร้องรำทำเพลงอย่างสนุก

เมื่อพูดถึงงานศพ แน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึงการแต่งกายด้วยชุดสีดำ และบรรยากาศภายในงานที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ใครเล่าจะคิดว่าเคยมีงานศพที่มีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุก และแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดไปร่วมงานจริงไหม ซึ่งเราต้องบอกเลยว่างานศพแบบนี้เคยมีอยู่จริง โดยปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีในยุคแรก อุษาคเนย์*** นั่นเอง งานศพยุคโบราณ งานศพสมัยก่อน งานศพสมัยโบราณ    ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการงานศพยุคแรกอุษาคเนย์ความหมายของ งันเฮือนดี คำเรียกงานศพยุคโบราณการละเล่นในงาน “งันเฮือนดี”ระยะเวลาการจัดงาน งันเฮือนดีวัดป่าโนนกุดหล่ม : อ.ราวี จารุธมฺโม – งันเฮือนดี (27-01-2559)ฟังลำงานดี งันเฮือนดีแบบอีสานงันเฮือนดี วัดโพธิ์ศรีธาตุ อ.รัตนบุรี สุรินทร์การทำบุญเรือน หลังเผาหรือฝังศพจากงานศพยุคแรกอุษาคเนย์ สู่ยุคปัจจุบัน งานศพยุคแรกอุษาคเนย์ งานศพยุคแรกอุษาคเนย์นั้น มีความแปลก แตกต่างจากงานศพในยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยในยุคนั้นจะต้องมีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน รวมถึงสวมใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด จนเหมือนเป็นงานรื่นเริงสังสรรค์ในยุคนี้เลยทีเดียว ทั้งยังมีการละเล่นสนุกสนานเฮฮาตามประเพณีอีกด้วย สำหรับคำเรียกงานศพในยุคนั้นก็จะเรียกกันว่า “งันเฮือนดี” นั่นเอง โดยการจัดงานศพหรืองันเฮือนดี จะกำหนดให้มีแม่งานเป็นผู้หญิงทั้งหมด และหากผู้ตายมีลูกเขย ก็จะต้องให้ลูกเขยทุกคนมาเต้นกระทบสากทุกคืนอีกด้วย ซึ่งการเต้นนั้นจะต้องเต้นให้ดี โดยพยายามอย่าให้สากถูกขา หากใครเต้นไม่ได้ เต้นไม่เป็น ก็ต้องจ้างให้คนอื่นมาเต้นแทน เพราะถือว่าเป็นพิธีสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย นอกจากนี้ในงานก็จะมีหมอลำ หมอแคน และการละเล่นกันอย่างสนุกด้วย

พิธีกรรมการเผาศพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับมาจากอินเดีย

พิธีกรรมการเผาศพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับมาจากอินเดีย

งานศพและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมมนุษย์มาตั้งแต่อดีตกาล แต่อาจมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามประเพณีและความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น สำหรับพิธีกรรมการเผาศพของไทยนั้น คุณรู้หรือไม่ว่าได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากวัฒนธรรมอินเดียที่เป็นอู่อารยธรรมหลายประการ ว่าแต่พิธีกรรมงานศพในบ้านเรามีที่มาที่ไปอย่างไร เราจะพาคุณไปติดตามข้อมูลซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของพิธีกรรมการเผาศพจากแดนภารตะ โดยเป็นแหล่งกำเนิดทางพระพุทธศาสนานั่นก็คือ อินเดียนั่นเอง   พิธีเผาศพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พิธีกรรมเผาศพเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่มีความสำคัญตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ฮินดูในอินเดีย โดยนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าพิธีเผาศพเข้ามาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเวลาเดียวกับการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ในช่วงเวลาประมาณ พ.ศ.1000 ทั้งนี้ ในช่วงแรกพิธีเผาศพจะจำกัดอยู่ในหมู่ชนชั้นนำของชนเผ่าเท่านั้น โดยมีการผสมผสานกับประเพณีและจารีตดั้งเดิมของชนเผ่าเพื่อให้พิธีมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ก่อนที่ในระยะเวลาต่อมา พิธีศพจะได้รับการเผยแพร่ไปสู่ชุมชนและเข้าสู่วิถีชีวิตของชาวบ้านสามัญชนในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม กระบวนการผสมผสานของพิธีศพแบบพรามหณ์ฮินดูก็ไม่ได้กลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฉับพลันทันใด หากต้องใช้เวลาในการผสมเข้ากับพิธีกรรมตามความเชื่อของศาสนาผีที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของชุมชนมาอย่างยาวนาน โดยในกรณีของพิธีกรรมเผาศพในแผ่นดินสยามนั้น ได้รับการผสมผสานระหว่างสามพื้นฐานความเชื่อ ได้แก่ ศาสนาผี, พรามหณ์ฮินดู และความเชื่อท้องถิ่นจนปรากฏออกมาเป็นพิธีกรรมเผาศพดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน   ศาสนาพุทธไทย คือศาสนาผี ปนพราหมณ์ เจือศัพท์พุทธธรรม ขอบคุณข้อมูลจาก https://medium.com/awarenet/ศาสนาพุทธไทย-คือศาสนาผี-ปนพราหมณ์-เจือศัพท์พุทธธรรม-94d5436650a2   พิธีเผาศพแบบอินเดีย พิธีกรรมเผาศพตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั้น จะมีจุดเด่นตรงที่ชาวฮินดูจะไม่เก็บศพไว้นาน โดยจะจัดการศพด้วยวิธีการเผาไม่นานหลังการเสียชีวิต ศพจะถูกห่อหุ้มด้วยผ้า จากนั้นจะมีการโปรยดอกไม้เพื่อคลุมศพอีกชั้นหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้ว ญาติหรือเพื่อนฝูงของผู้ตายจะนำร่างไร้วิญญาณขึ้นวางบนแคร่แล้วแบกไปยังพื้นที่ริมแม่น้ำ จากนั้นก็จะตั้งศพลงบนฟืนที่หาได้จากบริเวณนั้น เมื่อญาติผู้ตายมาครบแล้วก็จุดไฟเผาศพจนร่างเหลือเพียงเถ้าถ่านก็จะเก็บอัฐิที่หลงเหลืออยู่ไปลอยบนแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี การนำอัฐิไปลอยในแม่น้ำนั้น เป็นส่วนที่มีความสำคัญของพิธีกรรมเผาศพตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ฮินดูในอินเดีย และสามัญชนทุกครัวเรือนก็มีการปฏิบัติตามประเพณีนี้จนเป็นจารีตของสังคม จะมีกรณีงดเว้นก็แต่เมื่อพิธีถวายเพลิงพระบรมศพขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ที่บรรดากษัตริย์ผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนาปรารถนาที่จะเก็บพระบรมสารีริกธาตุไปบรรจุไว้ในเจดีย์เพื่อบูชาสืบไป พระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าจึงมิได้ถูกนำไปลอยในแม่น้ำตามความเชื่อของชาวฮินดูแต่อย่างใด ซึ่งก็นับว่าเป็นกรณีพิเศษจริง ๆ

ผลงานสร้างสรรค์ที่มีต้นกำเนิดมาจากงานศพ

ผลงานสร้างสรรค์ที่มีต้นกำเนิดมาจากงานศพ

งานศพยุคแรกอุษาคเนย์ – สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านพ้นเข้ามาในชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความสุข ความเศร้า ล้วนแล้วแต่เป็นแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดงานศิลปะทั้งสิ้น โดยเฉพาะงานศพที่เป็นพิธีกรรมที่ทุกคนต้องเผชิญ จึงเป็นจารีตประเพณีที่ผสมผสานไว้ด้วยแง่มุมทางปรัชญา วัฒนธรรม ความเชื่อ และงานศิลปะประเภทต่าง ๆ ที่สะท้อนห้วงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อการอำลาและเคารพในผู้ล่วงลับออกมา ด้วยเหตุนี้ งานศพจึงเป็นบ่อเกิดของผลงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นผลงานในด้านใดบ้าง เราจะพาคุณไปทำความรู้จักดังต่อไปนี้   ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการงานศพกับงานสร้างสรรค์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้การละเล่นที่เกิดจากงานศพ หมอลำ หมอแคน ช่างขับ การละเล่นเพื่อส่งขวัญไปสู่เมืองฟ้าลิเก การละเล่นที่ถือกำเนิดครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 งานศพกับงานสร้างสรรค์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานศพเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ที่ดำเนินมาตั้งแต่อารยธรรมของมนุษย์ถือกำเนิดขึ้น โดยทุกอารยธรรมล้วนแล้วแต่มีพิธีกรรมจัดการศพที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อและจารีตของท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น งานศพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการละเล่นเป็นส่วนประกอบสำคัญมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่พระพุทธศาสนาเกิดขึ้น และได้รับการเผยแพร่เข้ามาในภูมิภาคเมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน พิธีกรรมศพจึงค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบตามอิทธิพลของศาสนาพรามหณ์ฮินดูที่เข้ามามีอิทธิพลในหมู่ชนชั้นนำที่นับถือศาสนาพุทธ ประจักษ์ได้ชัดจากพิธีศพที่เปลี่ยนจากการฝังดินตามความเชื่อของศาสนาผีที่ฝังรากลึกลงในวัฒนธรรมของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน มาเป็นการเผาศพตามความเชื่อของศาสนาฮินดูที่เข้ามาพร้อมกับพุทธศาสนาจากอินเดีย ความเปลี่ยนทางความเชื่อที่เกิดขึ้นในพิธีศพก็สะท้อนออกมาผ่านงันเฮือนดีในงานศพแบบท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นิยมการละเล่นร้องรำทำเพลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพิธีเรียกขวัญ ส่งขวัญ เพื่อคลายความเศร้าโสกให้กับญาติสนิทมิตรสหายของผู้ล่วงลับ โดยมีการละเล่นที่เกี่ยวข้องกับงานศพมากมาย อาทิ พิธีสั่งเสีย เดินดง

มีเซ็กส์หน้าศพ พิธีกรรมเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของชนเผ่าบารา

มีเซ็กส์หน้าศพ พิธีกรรมเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของชนเผ่าบารา

มีเซ็กส์หน้าศพ พิธีกรรมเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของชนเผ่าบารา – ในทางชีววิทยา การมีเพศสัมพันธ์หรือเซ็กส์เป็นกิจกรรมทางธรรมชาติของมนุษย์ที่เกิดขึ้นเพื่อสืบพันธุ์ และดำรงเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล โดยมักเกิดขึ้นในที่ปิดมิดชิดและเป็นส่วนตัวเช่นภายในที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ในบางอารยธรรม เซ็กส์อาจเป็นกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมายมากกว่าการสืบพันธุ์ ดังในกรณีชนเผ่าบารา (Bara) ที่การมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างพิธีศพเพื่อรักษาสมดุลของครอบครัว และสมาชิกชุมชน ในลักษณะของการสร้างใหม่เพื่อทดแทนสิ่งเก่าที่ตายไปนั่นเอง   รู้จักชนเผ่าบารา (Bara) ชนเผ่าบารา (Bara) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะมาดากัสการ์ ปัจจุบันเชื่อว่ามีจำนวนประชากรประมาณ 500,000 คน นักมานุษยวิทยาพบว่าสังคมของชนเผ่าบาราให้ความสำคัญกับผู้ชายสูง โดยเป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) และสามารถมีภริยาได้หลายคน (Polygamy) ทั้งนี้แม้ว่าชาวบาราจำนวนมากจะนับถือศาสนาคริสต์เนื่องจากการเข้าไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของมิชชันนารีหลายร้อยปีก่อน แต่ประชากรส่วนใหญ่ก็ยังนับถือศาสนาผีหรือความเชื่อประจำเผ่าของตนเอง ซึ่งทำให้ประเพณีและพิธีกรรมบางอย่างยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการร่วมเพศกันในพิธีศพอันเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ตาย และรักษาสมดุลของชนเผ่าให้รอดพ้นจากการขาดแคลนประชากร และคงอยู่ตลอดไป เซ็กส์หน้าศพของชนเผ่าบารา ในพิธีศพของชนเผ่าบารานั้น สมาชิกในครอบครัวของผู้ตายจะต้องเสิร์ฟเหล้าให้กับทุกคนดื่ม กระทั่งสมาชิกทุกคนเข้าสู่ภาวะเมามายขาดสติ ความสามารถในการตัดสินทางศีลธรรมลดลง พิธีกรรมเซ็กส์หน้าศพจึงจะเริ่มต้นขึ้น โดยญาติพี่น้องทุกคนจะต้องมีเพศสัมพันธ์กันกับสมาชิกภายในครอบครัว (Incest) อันเป็นกิจกรรมที่จำเป็นต้องทำเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของจารีตและประเพณีของชนเผ่า ไม่มีใครสามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนั้น ยังมีบทลงโทษสำหรับคนที่ขัดขืนไม่ยอมเข้าร่วมพิธีกรรมดังกล่าวด้วยการถูกบังคับให้ต้องเสียวัวจำนวนหนึ่งตัวอย่างไม่มีทางเลือก โดยหลังจากพิธีกรรมเซ็กส์หน้าศพสิ้นสุดลง และได้มีการตั้งศพไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งกระทั่งศพเริ่มเน่าเปื่อย สมาชิกเพศชายในครอบครัวก็จะช่วยกันแบกโลงที่บรรจุศพผู้ตายไว้เพื่อนำไปฝังในสุสาน โดยระหว่างทางเด็กหญิงในครอบครัวก็จะทำทีเข้ามาขัดขวาง แต่บรรดาผู้แบกโลงก็จะฝ่าฟันไปกระทั่งสามารถนำศพไปไว้ในถ้ำสุสานได้เป็นผลสำเร็จ พิธีกรรมดังกล่าวมีนัยนะในเชิงของการเปลี่ยนผ่าน จากความตายหรือจุดสิ้นสุดของหนึ่งชีวิตไปสู่การเกิดใหม่ของอีกชีวิตหนึ่ง นักมานุษยวิทยาอธิบายในเชิงสัญญะได้ว่าในทัศนะของชนเผ่าบารา

ของชำร่วย ไฟฉาย

ของชำร่วย ไฟฉาย ยอดนิยม

ในทุกๆวัน ทุกอย่างล้วนเป็นไปอย่างเรียบง่ายและสงบสุข หลายคนอาจจะคิดว่า ไฟฉายเป็นของที่จำเป็นสำหรับพกติดไว้ที่บ้าน แต่ใครจะไปนึกว่าไฟฉายสามารถพกได้ทุกที่ทุกเวลาเพราะเป็นสิ่งจำเป็น จำเป็นยังไง? จำเป็นที่จะต้องมีไว้ที่บ้าน ที่รถ พกติดตัวหรือแม้แต่ตอนเข้าค่าย! ทำไมไฟฉายถึงต้องพกไว้ทุกที่เลย วันนี้เราจะมาเล่าให้ทุกคนได้เข้าใจ เริ่มจากบ้าน ทำไมต้องมีไฟฉายติดบ้าน คนเราส่วนใหญ่ตื่นเช้าไปทำงาน ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน การใช้ชีวิตของเรามีไม่กี่ที่หรอกที่ใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานๆ บ้านเป็นสถานที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่เป็นเวลานาน ไฟฉายเลยเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆ “ของจำเป็นที่ต้องมีไว้ที่บ้าน” เราเชื่อว่าบ้านคุณทุกๆคนก็มีไฟฉายวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น หัวเตียง ลิ้นชัก ห้องครัว ห้องน้ำ โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น บางคนอาจจะสงสัยว่า “ทำไมบ้านฉันถึงต้องวางไฟฉายไว้ตามจุดต่างๆ เยอะขนาดนั้น ไม่เห็นจำเป็นเลย” ทำไมถึงต้องมีไฟฉายวางไว้ตามจุดต่างๆภายในบ้านเยอะขนาดนั้น ก็เพราะเวลาไฟดับมันไม่เคยเลือกสถานที่และเวลา   เริ่มจากห้องนอนก่อนเลย เวลาคนเรานอนพอตกดึกก็อาจจะมีบางคนที่ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ซึ่งบางคนอาจจะไม่อยากเปิดไฟในทุกๆ จุดที่เราเดินผ่านแล้วต้องมาเดินไล่ปิดทีละดวง ไฟฉายก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เวลาเราเดินไปห้องน้ำท่ามกลางความมืดโดยที่เราไม่ต้องเปิดไฟไปทั่ว แถมไฟฉายยังพกพาง่าย สะดวกต่อการใช้งานอีกด้วย พอเราใช้เสร็จก็วางไว้บนหัวเตียงเหมือนเดิม ของชำร่วย ไฟฉาย ยอดนิยม ส่วนลิ้นชักตามที่ต่างๆ ของบ้านก็จำเป็นอีกเช่นกัน จำเป็นตรงที่เวลาไฟดับไม่ว่าเราอยู่ส่วนไหนของบ้านเราจะได้มีไฟฉายพร้อมหยิบใช้ได้เลย โดยที่เราไม่ต้องค่อยๆเดินคลำทางเพื่อหาไฟฉายหรือเทียน การที่เราเดินท่ามกลางความมืดมันก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้เราประสบอุบัติเหตุ เช่น เดินสะดุดบันได เหยียบของลื่นล้ม เดินชนประตูหรือกำแพง

คนตายขวัญหาย ต้องเรียกขวัญ

ความเชื่อสมัยโบราณ คนตายขวัญหาย ต้องเรียกขวัญ

“คนตายขวัญหาย ต้องเรียกขวัญ” เป็นความเชื่อสมัยโบราณ ที่ก่อให้เกิดพิธีการจัดงานศพแบบยุคแรกอุษาคเนย์ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันการจัดงานศพแบบนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะด้วยวิทยาศาสตร์และความทันสมัยของเทคโนโลยี ทำให้ความเชื่อดังกล่าวลดน้อยลงไป ประกอบกับมีการนำเอาวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามา จึงทำให้งานศพในปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปจากยุคโบราณอย่างสิ้นเชิง โดยความเชื่อเรื่องคนตายขวัญหายเป็นอย่างไร เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจกัน   ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการคนตายเพราะขวัญหายพิธีทำขวัญ เรียกขวัญของคนตายพิธีส่งขวัญ ส่งวิญญาณขึ้นเมืองฟ้าการฝังศพ หลังเสร็จสิ้นพิธีส่งขวัญ1. การฝังศพครั้งแรก 2. การฝังศพครั้งที่สองขุดค้นพบโครงกระดูกหัวหน้าเผ่าพันธุ์ คนตายเพราะขวัญหาย สมัยโบราณมีความเชื่อกันว่า คนตาย เกิดจากการที่ขวัญหาย หรือขวัญออกจากร่างและกลับเข้าร่างไม่ถูก หรืออาจไปอยู่ที่ไหนสักแห่งและกำลังหาหนทางเพื่อกลับเข้าสู่ร่างของตน ดังนั้นคนโบราณจึงคิดพิธีกรรมการเรียกขวัญขึ้นมา เพื่อชักนำให้ขวัญกลับคืนสู่ร่างของคนตายและฟื้นขึ้นมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ถ้าหลายวันแล้วคนตายยังไม่ฟื้น ก็จะทำพิธีการฝังศพต่อไป เพื่อเป็นการส่งให้ขวัญของคนตายไปสู่ภพภูมิที่ดี หรือที่เรียกกันว่าเมืองฟ้านั่นเอง นิพพานกิฟ ของชำร่วยงานศพ ราคาถูก   พิธีทำขวัญ เรียกขวัญของคนตาย พิธีเรียกขวัญคนตาย จะทำขึ้นหลังจากมีคนตาย โดยเชื่อว่าถ้าทำพิธีเรียกขวัญแล้ว จะทำให้ขวัญของคนตายที่หายไป กลับมาเข้าร่างได้ถูก โดยการเรียกขวัญจะมีผู้หญิงเป็นแม่งานทั้งหมด และคนที่มาร่วมพิธีจะต้องแต่งตัวด้วยสีสันฉูดฉาด รวมถึงมีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุก โดยจะไม่มีการแต่งกายด้วยชุดสีดำและแสดงความโศกเศร้าเหมือนในยุคปัจจุบันแต่อย่างใด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นเหมือนกับงานเฉลิมฉลอง รื่นเริงเลยทีเดียว โดยการทำพิธีเรียกขวัญนี้ ไม่แน่ใจว่ามีมาตั้งแต่ยุคไหน แต่มีการพบหลักฐานเป็นลายสลักบนขวานสำริด จึงคาดว่าการเรียกขวัญคนตาย น่าจะมีมาตั้งแต่ยุค 2500

The product has been added to your cart.

Continue shopping View Cart