Daily Archives: July 31, 2021

มัสยิดกลางสงขลา หาดใหญ่

พิธีศพของศาสนาอิสลาม ความเชื่อ ข้อปฏิบัติและขั้นตอนการทำพิธีศพอย่างเรียบง่าย

หากพูดถึงเรื่องราวชีวิตหลังความตาย ในแต่ละศาสนาก็จะมาพร้อมคำสอนที่แตกต่างกันไป สำหรับศาสนาอิสลามแล้ว เรื่องของความตาย ไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของชีวิตแต่อย่างใด หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวไปสู่การใช้ชีวิตที่แท้จริง โดยชาวมุสลิมทั้งหลายมาพร้อมความเชื่อตามหลักคำสอนว่า   เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์สละร่างกายตนไปในภพนี้ วิญญาณทุกดวงที่ล่องลอยออกจากร่างก็จะไปรวมตัวกันอยู่ในโลกที่คั่นกลางระหว่างภพนี้และภพหน้า โดยทุกชีวิตที่ได้เผชิญหน้ากับความตายจะมีโอกาสได้ฟื้นขึ้นมาเพื่อฟังคำตัดสินจากผู้กำหนดโชคชะตาว่า วิญญาณของพวกเขาจะไปลงเอยที่ใด จะใช้ชีวิตหลังโลกนี้ด้วยความสุขสบายอยู่บนสรวงวรรค์ หรือทุกข์ทรมานอย่างเจ็บปวดด้วยการลงทัณฑ์จากบาปกรรมที่ทำมา   เนื่องด้วยคำสอนและความเชื่อดังกล่าวที่ชาวมุสลิม หรือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามยึดถือกันมาช้านาน ทำให้พิธีศพของผู้คนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลามมีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนยุ่งยากเท่าพิธีของชาวพุทธหรือชาวจีน ซึ่งการทำพิธีที่ไม่ซับซ้อนนี้ถือเป็นหนทางที่ชาวมุสลิมจะได้ใกล้ชิดกับโลกคั่นกลางมากที่สุด       ขั้นตอนการจัดพิธีศพโดยทั่วไปของคนอิสลาม โดยทั่วไปแล้วการจัดงานศพของคนที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น ไม่มีอะไรยุ่งยากหรือซับซ้อนแม้แต่น้อย แต่จะมีการแบ่งประเภทของศพที่นำมาทำพิธีเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ศพที่ตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และศพของทหารที่ตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่   1. ศพที่ตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ศพประเภทนี้เป็นศพที่พบเห็นโดยทั่วไป ซึ่งเป็นศพที่ตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง จากอุบัติเหตุหรือชราภาพตายก็ตาม ศพเหล่านี้จะต้องถูกนำร่างมาชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ติดตัวอยู่ นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องรีดท้องเพื่อนำสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในออกมาด้วย จากนั้นให้ชำระล้างร่างกายภายนอกให้สะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัว หลังจากชำระล้างร่างกายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้นำศพมาวางไว้บนผ้าขาว 3 ชั้น โดยจัดวางมือของศพให้มือขวาทับบนมือซ้าย แล้วเริ่มห่อศพ โดยปิดผ้าให้มิดชิด ไม่ให้มีส่วนใดของร่างกายเล็ดรอดออกมา   ขั้นตอนต่อไปคือ การนำเอาศพไปบรรจุลงโลงหรือหีบห่อที่เตรียมไว้ ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานทั่วไป

พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ความเป็นมาและความสำคัญ

พิธีสวดพระอภิธรรมศพ สวดอภิธรรม ความเป็นมาและความสำคัญ

. ขั้นตอนการปฏิบัติระหว่างการสวดอภิธรรมศพ สำหรับพิธีกรรมสวดศพโดยทั่วไปจะมีแบบแผนการปฏิบัติที่ไม่แตกต่างกันมากนัก สามารถสรุปออกเป็นลำดับขั้นตอนได้ดังนี้   1. เจ้าภาพเตรียมของก่อนเริ่มต้นสวดอภิธรรมศพ ก่อนที่จะมีการสวดอภิธรรมศพและแขกเหรื่อต่าง ๆ มาเข้าร่วมพิธีนั้น เจ้าภาพจะต้องเตรียมข้าวของให้พร้อมเพื่อให้พิธีสวดเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะและ และหรือ ซึ่งจะต้องใช้ในพิธีสวด ตลอดจนปัจจัยถวายพระและอาหารสำหรับเลี้ยงผู้คนที่มาร่วมการฟังสวด รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้เจ้าภาพอาจสอบถามกับทางวัดว่ามีสิ่งใดที่สามารถจัดเตรียมให้ได้บ้าง เนื่องจากวัดล้วนแล้วแต่ต้องจัดงานสวดอภิธรรมศพเป็นประจำทุกคืนอยู่แล้ว ดังนั้น อาจมีข้าวของและอุปกรณ์ที่เจ้าภาพสามารถหยิบยืมหรือให้ทางวัดช่วยจัดหาให้เพื่อลดธุรการลงไปได้บ้าง   2. นิมนต์พระสงฆ์ สำหรับการสวดพระอภิธรรมศพนั้น เจ้าภาพจะต้องมาเพื่อดำเนินการ โดยเวลาในการเริ่มต้นสวดศพนั้นอาจเริ่มตั้งแต่ 18:00 เป็นต้นไป หรือตามแต่ระยะเวลาที่เจ้าภาพสะดวก ระยะเวลาในการสวดจะอยู่ระหว่างครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมง   3. การแสดงความเคารพต่อศพ สำหรับแขกผู้เข้าร่วมงานพิธีกรรมสวดพระอภิธรรมศพ ตามปกติแล้วเมื่อเดินทางมาถึงศาลาที่ตั้งศพ ควรเริ่มต้นด้วยการกราบเบญจางคประดิษฐ์เพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ภายใน ก่อนจะจุดธูปจำนวนหนึ่งดอกเพื่อไหว้เคารพผู้ล่วงลับ โดยการ กรณีที่ผู้ล่วงลับเป็นผู้สูงอายุ กราบเบญจางคประดิษฐ์ กรณีที่ผู้ล่วงลับเป็นพระสงฆ์ ยืนคำนับ หรือนั่งไหว้ กรณีที่ผู้ล่วงลับอยู่ในช่วงวัยเดียวกัน นอกจากนั้น ในกรณีที่ผู้ล่วงลับเป็นเด็กหรือทารก อาจใช้วิธีการโค้งคำนับ ยืน หรือนั่งในท่าทางที่สงบ เพื่อแสดงความเคารพแทนได้เช่นกัน   . 4. การปฏิบัติหลังสวดพระอภิธรรมศพเสร็จสิ้น

เผาหลอก เผาจริง ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

เผาหลอก เผาจริง ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

ปัจจุบันนี้ การเผาหลอก เผาจริง เป็นขั้นตอนพิธีศพที่นำมาปฏิบัติกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในเมืองใหญ่และในพื้นที่ต่างจังหวัด   ทว่าหลายคนยังมีข้อสงสัยถึงการเผาหลอก เผาจริง ที่ปฏิบัติกันนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และทำไมถึงต้องมีการเผาหลอกในพิธีศพ เหตุใดจึงไม่ทำการเผาจริงหลังจากการวางดอกไม้จันทน์เสร็จสิ้นแล้ว   ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการเผาหลอก เผาจริง ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรและทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใดกัน   ประวัติของการเผาหลอก เผาจริง การเผาศพคนตายเป็นประเพณีที่ได้รับอิทธิพลมาจากทางอินเดีย ถึงแม้ว่าจะมีความนิยมในการเผาศพก็ตาม   พิธีการเผาหลอก เผาจริง ธรรมเนียมโบราณตั้งเเต่สมัย รัชกาลที่5   โดยการเผาศพเป็นความเชื่อตามหลักศาสนาพราหมณ์-พุทธ ที่เชื่อว่าการตาย หมายถึง การหลุดพ้นและการไม่มีอัตตาหรือการไม่ยึดติดกับทุกสิ่ง และเพื่อไม่ให้ดวงวิญญาณของผู้ตายเกิดการยึดติดกับร่างกายและสิ่งที่เคยมีอยู่ครั้งยังมีชีวิตอยู่ จึงต้องทำการเผาศพเพื่อไม่ให้หลงเหลือสิ่งที่จะใช้ยึดเหนี่ยว ของที่ระลึกงานศพ ดังนั้น เมื่อมีคนตายเกิดขึ้น ญาติจะทำการเผาศพของผู้ตายและนำอัฐิไปลอยแม่น้ำ (ลอยอังคาร) ซึ่งจะลอยในแม่น้ำคงคาตามความเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถชำระล้างได้ทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่บาปกรรมที่คนผู้นั้นได้เคยกระทำไว้ครั้งยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนั้นการลอยอัฐิของผู้ตายไปตามแม่น้ำ ยังทำเพื่อให้วิญญาณของผู้ตายได้หลุดพ้น ซึ่งความเชื่อเรื่องนี้ได้แพร่เข้ามาพร้อมกับหลักศาสนาพราหมณ์-พุทธ ทำให้คนไทยเริ่มมีการเผาศพแทนการฝังศพ   ข้อมูลเพิ่มเติม: ประวัติการฝังและเผาศพ   การเผาศพในสมัยก่อนยังไม่มีการสร้างเมรุแบบถาวรเหมือนในปัจจุบันนี้ หากต้องการเผาศพจะทำการสร้าง เมรุลอย หรือ เมรุชั่วคราว ด้วยการนำไม้มาต่อกันเป็นชั้น ๆ เรียกว่า

Product added!
The product is already in the wishlist!

The product has been added to your cart.

Continue shopping View Cart