Author Archives: นิพพานกิฟ

ความเชื่อสมัยโบราณ คนตายขวัญหาย ต้องเรียกขวัญ

ความเชื่อสมัยโบราณ คนตายขวัญหาย ต้องเรียกขวัญ

“คนตายขวัญหาย ต้องเรียกขวัญ” เป็นความเชื่อสมัยโบราณ ที่ก่อให้เกิดพิธีการจัดงานศพแบบยุคแรกอุษาคเนย์ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันการจัดงานศพแบบนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะด้วยวิทยาศาสตร์และความทันสมัยของเทคโนโลยี ทำให้ความเชื่อดังกล่าวลดน้อยลงไป ประกอบกับมีการนำเอาวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามา จึงทำให้งานศพในปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปจากยุคโบราณอย่างสิ้นเชิง โดยความเชื่อเรื่องคนตายขวัญหายเป็นอย่างไร เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจกัน   คนตายเพราะขวัญหาย สมัยโบราณมีความเชื่อกันว่า คนตาย เกิดจากการที่ขวัญหาย หรือขวัญออกจากร่างและกลับเข้าร่างไม่ถูก หรืออาจไปอยู่ที่ไหนสักแห่งและกำลังหาหนทางเพื่อกลับเข้าสู่ร่างของตน ดังนั้นคนโบราณจึงคิดพิธีกรรมการเรียกขวัญขึ้นมา เพื่อชักนำให้ขวัญกลับคืนสู่ร่างของคนตายและฟื้นขึ้นมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ถ้าหลายวันแล้วคนตายยังไม่ฟื้น ก็จะทำพิธีการฝังศพต่อไป เพื่อเป็นการส่งให้ขวัญของคนตายไปสู่ภพภูมิที่ดี หรือที่เรียกกันว่าเมืองฟ้านั่นเอง นิพพานกิฟ ของชำร่วยงานศพ ราคาถูก   พิธีทำขวัญ เรียกขวัญของคนตาย พิธีเรียกขวัญคนตาย จะทำขึ้นหลังจากมีคนตาย โดยเชื่อว่าถ้าทำพิธีเรียกขวัญแล้ว จะทำให้ขวัญของคนตายที่หายไป กลับมาเข้าร่างได้ถูก โดยการเรียกขวัญจะมีผู้หญิงเป็นแม่งานทั้งหมด และคนที่มาร่วมพิธีจะต้องแต่งตัวด้วยสีสันฉูดฉาด รวมถึงมีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุก โดยจะไม่มีการแต่งกายด้วยชุดสีดำและแสดงความโศกเศร้าเหมือนในยุคปัจจุบันแต่อย่างใด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นเหมือนกับงานเฉลิมฉลอง รื่นเริงเลยทีเดียว โดยการทำพิธีเรียกขวัญนี้ ไม่แน่ใจว่ามีมาตั้งแต่ยุคไหน แต่มีการพบหลักฐานเป็นลายสลักบนขวานสำริด จึงคาดว่าการเรียกขวัญคนตาย น่าจะมีมาตั้งแต่ยุค 2500 ปีมาแล้ว ซึ่งก็มีความเก่าแก่ยาวนานมากทีเดียว   พิธีส่งขวัญ ส่งวิญญาณขึ้นเมืองฟ้า หลังจากทำพิธีเรียกขวัญแล้วก็จะมีพิธีส่งขวัญตามมา ซึ่งจะทำขึ้นหลังจากที่ทุกคนแน่ใจแล้วว่าคนตายคงไม่ฟื้นขึ้นมาอีก เพราะขวัญได้หายไปแล้วตลอดกาล

ประวัติการฝังและเผาศพ ในยุคเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน

ประวัติการฝังและเผาศพ ในยุคเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน

รู้ไหมว่าการฝังศพตั้งแต่ยุคเริ่มแรก จนถึงปัจจุบันนั้น มีการวิวัฒนาการมาแล้วหลากหลายวิธี ซึ่งในแต่ละยุคก็จะมีความแตกต่างกันไป ตามความเชื่อและวัฒนธรรมที่รับเอามาจากชาติอื่นในยุคนั้นๆ ด้วย โดยเราก็จะพาคุณไปดูกันว่า การฝังและเผาศพตั้งแต่ยุคเริ่มแรกมาจนถึงทุกวันนี้เป็นอย่างไร การฝังศพในยุคแรก เมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว เมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว เป็นยุคที่เริ่มมีการฝังศพคนตายเป็นครั้งแรก โดยยุคนั้นยังไม่มีการเผาศพเกิดขึ้น ซึ่งการฝังศพก็จะฝังไว้ที่บริเวณใต้ถุนเรือนของคนตายนั่นเอง หรือบางแห่งก็อาจจะฝังไว้ตรงลานกลางบ้าน โดยจะมีการจัดท่าทางของศพให้นอนราบเหยียดยาวไปบนพื้น ไม่งอเข่า แต่ทั้งนี้การฝังศพคนตายในยุค 5,000 ปีมาแล้ว จะทำเฉพาะกลุ่มคนที่มีอำนาจ มีบริวาร หรือเป็นกลุ่มคนชั้นนำเท่านั้น ส่วนสามัญชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการฝังศพได้ เพราะเชื่อกันว่าพิธีกรรมนี้จะต้องทำในกลุ่มคนชั้นสูงเท่านั้น ดังนั้นกรณีที่เป็นศพของคนทั่วไป ก็จะถูกทิ้งไว้เฉยๆ นั่นเอง   ฝังศพครั้งที่สอง ต้นเค้าโกศ ในยุค 2,500 ปี เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมาจนเข้าสู่ยุค 2,500 ปีมาแล้ว การฝังศพได้มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ตามความเชื่อของคนในยุคนี้ โดยจะมีการฝังศพ 2 ครั้ง “คนตายขวัญหาย ต้องเรียกขวัญ” กล่าวคือครั้งแรกก็จะฝังไว้ใต้ถุนเรือนหรือลานกลางบ้าน เช่นเดียวกับในยุค 5,000 ปีก่อน ซึ่งก็มีการนำเอาข้าวของเครื่องใช้ของคนตายฝังรวมกันไปด้วย เนื่องจากยุคนี้ชาวบ้านเชื่อว่าคนตายเพราะขวัญหาย หากขวัญกลับคืนเข้าร่าง

งานฌาปนกิจคืออะไร งานศพไทย ความสำคัญของงานฌาปนกิจ พร้อมขั้นตอนการทำพิธีแบบไทย

งานฌาปนกิจคืออะไร งานศพไทย ความสำคัญของงานฌาปนกิจ พร้อมขั้นตอนการทำพิธีแบบไทย

งานศพไทย พิธีงานศพไทย เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของวัฏจักรในการใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ เมื่อร่างกายของเราไร้ลมหายใจ เมื่อสังขารถึงคราวดับขันธ์ สิ่งสำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือ การทำพิธีศพ ซึ่งถือเป็นความเชื่อสืบต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบันว่าเป็นหนทางในการส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่ดี และเพื่อเป็นเครื่องย้ำเตือนจิตใจของผู้ที่ยังคงเวียนว่ายอยู่ในโลกปัจจุบันถึงความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร ซึ่งอาจจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้ผู้คนรอบข้างตระหนักถึงการสะสมบุญ โดยหมั่นสร้างความดีในขณะที่ยังมีชีวิต เพื่อที่ชาติภพต่อไปจะได้มีโอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์อีก ในช่วงชีวิตคนเรา มีความผูกพันกับพิธีศพอยู่หลายครั้ง เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงช่วงที่คนรอบข้างกลายเป็นใบไม้ที่ร่วงโรย เมื่อชีวิตเริ่มเติบโตและได้เห็นการล้มหายตายจากของคนที่เรารัก เมื่อนั้นก็จะเกิดความเข้าใจในสัจธรรมต่างๆ มากขึ้น มีเกิด ก็ต้องมีแก่ เมื่อมีแก่ ก็ต้องมีเจ็บและตายเป็นธรรมดาของสังขาร เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่จะต้องเผชิญหน้า และเมื่อถึงวาระที่เราต้องเผชิญ สิ่งที่เราจะได้รับจากการใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ก็คือ การจัดพิธีศพเพื่อระลึกถึงเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งนี้จึงอยากให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับพิธีฌาปนกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำพิธีศพ โดยสืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสุดท้ายก่อนร่างกายของผู้ล่วงลับจะสูญสลายไปสู่ภพภูมิใหม่   งานฌาปนกิจ คืออะไร? หลายคนคงจะเคยได้ยินคำนี้ในพิธีศพกันมาบ่อยครั้ง แต่อาจจะยังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่าจริงๆ แล้ว ฌาปนกิจ คือส่วนใดในพิธีศพ และมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจไปว่า ฌาปนกิจ คือการจัดพิธีศพ แต่จริงๆ แล้ว ฌาปนกิจ ตามความหมายของรากศัพท์ที่แท้จริงคือ การทำให้มอดไหม้ หรือในภาษาพูดก็คือ การเผาศพนั่นเอง   ไขข้อสงสัย ระหว่างคำว่า “ฌาปนกิจ” กับ “ฌาปนกิจศพ”

พวงหรีด สำคัญอย่างไร จำเป็นต้องใช้พวงหรีดในงานศพหรือไม่

พวงหรีด สำคัญอย่างไร จำเป็นต้องใช้พวงหรีดในงานศพหรือไม่

หากพูดถึงพวงหรีด ทุกคนจะต้องรู้จักแน่นอน เพราะแต่ไหนแต่ไรมา พวงหรีดมักได้รับความนิยมในการนำมาใช้เพื่อไว้อาลัยในงานศพเสมอ จึงกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำตามกันมาจนทุกวันนี้ ซึ่งพวงหรีดนั้นมีความสำคัญอย่างไร และจำเป็นต้องใช้ในงานศพหรือไม่ นอกเหนือจากของที่ระลึกงานศพที่จำเป็นต้องมี เราจะพาคุณไปหาคำตอบกัน   ความสำคัญของพวงหรีด จากที่เกริ่นไปบ้างแล้วว่า การนำพวงหรีดมาใช้ในงานศพนั้น ถือเป็นธรรมเนียนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยพวงหรีดนั้นเป็นคำทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ “หรีธ” (Wreath) มีความหมายว่า พวงมาลา เป็นที่รู้จักกันเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 พวงหรีดเป็นอารยธรรมของชาวตะวันตกที่นำมาใช้อย่างแพร่หลายและได้รับความนิยมในประเทศไทย ในสมัยก่อนนั้นพวงหรีดไม่ได้แลดูสวยหรูหรือมีราคาสูงเหมือนในปัจจุบัน จะมีเพียงก้านกิ่งไม้นำมาสานขัดกันเป็นวงกลม แล้วนำดอกไม้มาเสียบประดับ สรุปได้ว่าพวงหรีดมีความสำคัญมากทีเดียว โดยสำคัญในแง่ของความรู้สึกและสภาพจิตใจนั่นเอง เพราะการนำพวงหรีดมาใช้กับงานศพ ประวัติการฝังและเผาศพ จะแสดงได้ถึงความไว้อาลัยที่ผู้มอบพวงหรีดมีต่อผู้ที่ได้ลาลับไปแล้ว ทั้งยังช่วยคลายความโศกเศร้าได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้เมื่อลองนึกภาพดู หากงานไหนไม่มีพวงหรีด ก็คงจะดูแปลกไม่น้อยเลยทีเดียว   จำเป็นต้องใช้พวงหรีดในงานศพหรือไม่ แม้ว่าพวงหรีดจะสำคัญ แต่บางคนยังคงสงสัยว่าจำเป็นต้องใช้พวงหรีดในงานศพหรือไม่ ถ้าไม่ใช้จะเป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีข้อบังคับว่าจะต้องใช้พวงหรีดในงานศพ ดังนั้นจะใช้พวงหรีดหรือไม่ใช้ก็ได้ แต่ทั้งนี้เพื่อให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อไป และเป็นการแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้ที่ล่วงลับ รวมถึงเพื่อความสบายใจต่อเจ้าภาพและคนที่มาร่วมงาน ก็ควรใช้พวงหรีดจะดีกว่า   พวงหรีดมีกี่ประเภท พวงหรีดมีหลายประเภท แต่ที่พบเห็นและนิยมใช้กันมากที่สุด มี 7 ประเภทดังต่อไปนี้ 1. พวงหรีดดอกไม้สด

เหรียญโปรยทาน ทำไมจึงต้องมีในงานบวช และควรพับเองหรือซื้อดีกว่า?

เหรียญโปรยทาน ทำไมจึงต้องมีในงานบวช และควรพับเองหรือซื้อดีกว่า?

เคยสังเกตไหมว่า ในงานบวชจะต้องมีการโปรยทานเสมอ ซึ่งเพราะอะไรในงานบวชจึงต้องใช้เหรียญโปรยทาน และมีวิธีการพับเหรียญโปรยทานอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ และแนะนำไอเดียเก๋ๆ ในการทำเหรียญโปรยทานให้แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร เพื่อที่คุณจะได้นำไปใช้เป็นไอเดียนั่นเอง ทำไมงานบวช ต้องมีเหรียญโปรยทาน มีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลว่า การโปรยทาน เป็นเหมือนการแสดงว่านาคได้สละทรัพย์สมบัติทุกอย่างแล้ว ซึ่งถือเป็นคติทางพระพุทธศาสนา ที่การจะออกผนวชได้นั้น จะต้องสละทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นจึงได้มีการนำเหรียญโปรยทานมาใช้โปรยทานเพื่อเหตุผลดังกล่าวนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า เหรียญโปรยทานที่นาคโปรยนั้นเป็นเงินที่มีความบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ หากใครได้เก็บเอาไว้ จะได้มีความเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น ไม่ว่าจะเก็บไว้ที่บ้านหรือเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ก็ตาม ดังนั้นผู้คนจึงนิยมเก็บเหรียญโปรยทานในงานบวชมาไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเอง   เหรียญโปรยทาน ต้องใช้จำนวนเท่าไหร่ เหรียญโปรยทานที่จะนำมาใช้ในงานบวชหรืองานสำคัญต่างๆ นั้น ไม่กำหนดแน่ชัดว่าจะต้องใช้จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวกหรือตามกำลังศรัทธาของคุณเลย เพียงแค่มีจิตใจมุ่งมั่นและบริสุทธิ์ที่จะทำเหรียญโปรยทานขึ้นมาเพื่อโปรยให้แก่แขกเหรื่อที่มาร่วมในพิธีเท่านั้น   โปรยทานงานบวช เมื่อไหร่ การโปรยทานในงานบวช จะโปรยเหรียญหลังจากที่นาคได้เวียนรอบโบสถ์จนครบ 3 รอบแล้ว และนาคได้มาที่หน้าโบสถ์ ก็จะมีการนำเหรียญโปรยทานมาโปรยให้แขกเหรื่อได้เข้ามารับเหรียญโปรยทานเอาไว้ ก่อนที่นาคจะเข้าไปประกอบพิธีต่อหน้าพระประธานต่อไป   เหรียญโปรยทานจากงานบวชอื่น นำมาโปรยได้หรือไม่ หลายคนอาจจะเก็บเหรียญโปรยทานที่ได้จากงานบวชอื่นๆ เอาไว้ ซึ่งไม่ได้นำออกมาใช้งาน โดยเมื่อมีงานบวชของตนเองหรือคนรู้จัก ก็อยากจะนำเหรียญโปรยทานที่เก็บไว้มาใช้โปรยทานในงานบวชของตนเองหรือคนรู้จักต่อไป จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า เหรียญโปรยทานที่ได้จากงานบวชอื่นสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่ โดยขอตอบเลยว่าคุณสามารถนำเหรียญโปรยทานจากงานบวชอื่นนั้นมาใช้โปรยทานได้อีก เพราะเหรียญที่ได้มาก็เป็นเงินที่เราได้รับมาเป็นของเราแล้ว

บวชหน้าไฟ คืออะไร บวชเพื่อใคร สำคัญมากแค่ไหน

บวชหน้าไฟ คืออะไร บวชเพื่อใคร สำคัญมากแค่ไหน

การบวชหน้าไฟ เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของคนไทยที่ถือปฏิบัติมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีต่างๆ ทันสมัยขึ้น ประกอบกับการรับวัฒนธรรมของชาติอื่นๆ เข้ามา ทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกขัดแย้งกันว่าจริงๆ แล้วการบวชหน้าไฟจำเป็นหรือไม่ ซึ่งบางคนก็มองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ แต่บางคนก็มองว่าไม่จำเป็นเลย ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจกันเกี่ยวกับการบวชหน้าไฟ   บวชหน้าไฟ คืออะไร การบวชหน้าไฟ เป็นการบวชเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว โดยจะบวชตอนเช้าในวันที่มีการเผาศพนั่นเอง ซึ่งการบวชหน้าไฟ จะบวชเช้า สึกเย็น บวช 3 วัน 7 วัน หรือมากกว่านั้นก็ได้ โดยการบวชหน้าไฟนั้นจะทำพิธีแบบง่ายๆ ด้วยการโกนหัวและนำจีวรที่เตรียมไว้มาเข้าหาอุปฌาย์ จากนั้นทำพิธีนิดหน่อยก็เสร็จสิ้นการบวชหน้าไฟแล้ว   ข้อมูลจาก Wikipedia การบวชสามเณรหน้าไฟ คือการบรรพชาสามเณรที่นิยมบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย โดยปรกติการบวชหน้าไฟมักจะบวชกันในวันเผาศพ โดยเมื่อทำพิธีฌาปนกิจเสร็จก็มักจะสึก   การบวชหน้าไฟ บวชเพื่อใคร หากถามว่าบวชเพื่อใครนั้น ก็ตอบได้เลยว่าบวชเพื่อผู้ที่ล่วงลับไปนั่นเอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานมาบวชหน้าไฟให้กับพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรืออาจจะบวชให้กับลุงป้า น้าอาที่ตนเคารพรักก็ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้การบวชหน้าไฟจะต้องบวชด้วยความเต็มใจของตัวผู้บวชเอง หากไม่เต็มใจหรือถูกบังคับมาก็ไม่ควรทำการบวชแต่อย่างใด   ทำไมต้องบวชหน้าไฟ   บวชหน้าไฟ แล้วได้อะไร เป็นความเชื่อมาแต่โบราณกาลที่เชื่อกันว่า การที่ลูกหลานบวชหน้าไฟให้กับผู้ที่ล่วงลับไปนั้น

6 เหตุผลที่ใครๆ ก็นิยมเลือกถุงผ้าเป็นของชำร่วย

6 เหตุผลที่ใครๆ ก็นิยมเลือกถุงผ้าเป็นของชำร่วย

ถุงผ้า นับเป็นสิ่งของจำเป็นในปัจจุบัน เพราะผู้คนทุกบ้านมักจะต้องมีติดตัวไว้ใช้งานเสมอ เพื่อใช้บรรจุใส่สิ่งของแทนถุงพลาสติก และการใช้ ของชำร่วย ถุงผ้า ก็ยังก่อให้เกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติทางอ้อม ด้วยการลดปริมาณจำนวนขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้ถุงพลาสติก ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าถุงผ้านั้นถือเป็นสิ่งของที่มีประโยชน์ในการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง การนำถุงผ้ามอบเป็นของชำร่วยให้กับแขกที่มาร่วมงานในงานพิธีต่างๆ นั้น จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะช่วยปลูกฝังค่านิยมในการใช้ถุงผ้าให้กับกลุ่มบุคคลนั้นๆ ทำให้สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่า เหตุผลที่ใครๆ ก็เลือกใช้ถุงผ้าเป็นของชำร่วยในงานต่างๆ นั้น มีอะไรกันบ้าง ทำไมถุงผ้าถึงเป็นที่นิยมมากขึ้นในการทำเป็นของชำร่วยในปัจจุบัน 1. เป็นการรณรงค์และปลูกฝังค่านิยมที่เหมาะสมต่อสิ่งแวดล้อม ถุงผ้า ช่วยลดโลกร้อน หลายคนมักจะคุ้นเคยกับการใช้ถุงพลาสติก แต่นั่นถือเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมของโลกเราในทางอ้อม เพราะพลาสติกเป็นสิ่งที่ย่อยสลายไปตามธรรมชาติได้ยาก ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นโลก ส่งผลต่อการเกิดมลพิษทางอากาศ ทำให้ชั้นบรรยากาศของโลกได้รับผลกระทบ โลกจึงร้อนมากขึ้น ดังนั้น หากงานไหนที่มอบถุงผ้าเป็นของชำร่วยให้กับผู้ที่มาร่วมงาน ก็จะเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมและปลูกฝังให้ผู้คนที่ได้รับถุงผ้านั้นๆ หันมาใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติกมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมของโลกเราไม่ถูกทำลายมากไปกว่าเดิม 2. เหมาะสำหรับมอบให้กับกลุ่มคนในทุกช่วงวัย ถุงผ้าเป็นอุปกรณ์จำเป็นในการบรรจุสิ่งของหรืออาหารต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถใช้ได้ในกลุ่มคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ ดังนั้นการเลือกถุงผ้ามาใช้เป็นของชำร่วยจึงเหมาะกับงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง, งานบวช ของชำร่วย งานบวช, งานศพ, งานขึ้นบ้านใหญ่, งานเปิดตัวสินค้า, งานเปิดตัวบริษัท หรืองานประเภทใดก็ตาม

ชาหอม ของชำร่วยระดับพรีเมี่ยม ที่ผู้รับหลงใหล ผู้ให้ก็หลงรัก

ชาหอม ของชำร่วยระดับพรีเมี่ยม ที่ผู้รับหลงใหล ผู้ให้ก็หลงรัก

ของชําร่วย ชาดอกไม้ หากพูดถึงของชำร่วยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน หลายคนก็คงจะนึกถึงของชำร่วยประเภทแก้วน้ำ ชุดช้อนส้อม ชุดตะเกียบ ยาดม ยาหม่อง พิมเสนน้ำ ฯลฯ เพราะไม่ว่าจะไปงานไหนก็มักจะเห็นเป็นประจำ แต่ขณะเดียวกัน ยังมีของชำร่วยอีกประเภทที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเห็นในงานแต่ง งานมงคลต่างๆ นั่นก็คือ ชาหอม ของชำร่วยระดับพรีเมี่ยม ที่ใครๆ ก็ชอบ   ทำไมชาหอมจึงนิยมนำมาทำเป็นของชำร่วย นอกจากจะเป็นของที่นิยมนำมาใช้เป็นของรับไหว้แล้ว ชาหอม ยังเป็นของที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้เป็นของชำร่วยในงานมงคลต่างๆ ด้วย โดยเหตุผลที่ชาหอมได้รับความนิยมในการนำมาเป็นของชำร่วยนั้น มีดังนี้ 1. เปี่ยมด้วยความหมายมงคล เนื่องจากชาหอม มีความหมายที่เป็นมงคล จึงเหมาะสำหรับการใช้เป็นของชำร่วยในงานแต่ง เพื่อแสดงตัวตนของบ่าว-สาว โดยชาหอมแต่ละประเภทนั้น ก็มีความหมายเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของคู่รักในทางที่ดี จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้เป็นของรับไหว้ และของชำร่วยในงานแต่ง เพื่อสะท้อนกลิ่นอายความรักที่หอมหวานให้ตราตรึงอยู่ในใจกันตลอดกาล 2. ดีต่อสุขภาพ การมอบชาหอมเป็นของชำร่วยให้แก่กันในงานมงคลนั้น นอกจากจะมีความหมายในทางมงคลแล้ว ชาหอมก็ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับด้วย ถือเป็นการมอบยาอายุวัฒนะให้แก่กัน เหมาะสำหรับการมอบให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ภายในงานที่เคารพ รวมไปถึงพ่อแม่ของตัวบ่าว สาว หรือเจ้านาย ผู้บังคับบัญชา 3. เสริมสร้างบรรยากาศที่ดีภายในงาน แพคเกจของชาหอมที่นำมาใช้ในงานมงคลต่างๆ นั้น มีความน่ารัก

10 ของชำร่วย ตกแต่งบ้านได้ เลือกแบบนี้สิใช่ โดนใจแขกชัวร์!

10 ของชำร่วย ตกแต่งบ้านได้ เลือกแบบนี้สิใช่ โดนใจแขกชัวร์!

สำหรับใครที่กำลังมองหาของชำร่วยที่มีความสวยงาม น่ารัก เหมาะสำหรับการเก็บสะสมหรือนำไปวางโชว์เป็นของตกแต่งบ้านในตัวด้วยได้ ของชำร่วย ตกแต่งบ้านได้ อย่าได้พลาดเด็ดขาด กับ 10 ประเภทของชำร่วยที่สามารถนำไปใช้ตกแต่งบ้านดังต่อไปนี้ เพื่อให้คุณได้มีตัวเลือกในการเลือกของชำร่วยที่เหมาะสมของงานมงคลของคุณมากที่สุด รับรองได้ว่าผู้ได้รับจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน ว่าแต่มีของชำร่วยประเภทใดบ้าง มาดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ   1. ต้นไม้มงคล เรียกว่าเป็นของชำร่วยที่เหมาะสำหรับการมอบให้แขกในพิธีมงคลต่างๆ อย่างยิ่งโดยเฉพาะงานแต่ง เทคนิคการเลือกของชำร่วยงานแต่ง เพราะนอกจากจะมีความสวยงาม และมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกับของชำร่วยชนิดอื่นๆ แล้ว ต้นไม้มงคลก็ยังมีให้เลือกมากมายหลายแบบ อีกทั้งต้นไม้แต่ละแบบก็ยังมีความหมายมงคลที่แตกต่างกันออกไป เหมาะสำหรับมอบให้ผู้มาร่วมงานเพื่อแทนคำขอบคุณ ความห่วงใย หรือเป็นการส่งมอบความปรารถนาดีและความหมายมงคลให้กับคนเหล่านั้น โดยต้นไม้มงคลสามารถนำไปประดับตกแต่งบ้านให้มีความสวยงาม และร่มรื่นในสไตล์ธรรมชาติได้   2. กรอบรูป นับเป็นของชำร่วยที่เป็นที่นิยมอย่างมากในงานแต่ง เพราะมีต้นทุนที่ไม่สูงมาก อีกทั้งยังสามารถนำมาตกแต่งเขียนข้อความเก๋ๆ เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของงานนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ผู้ที่ได้รับสามารถนำเอากรอบรูปไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ และยังสามารถนำไปจัดวางบนชั้นต่างๆ หรือแขวนติดผนัง เพื่อให้เกิดความสวยงามภายในห้องมากยิ่งขึ้น   3. ชุดกาน้ำชาและถ้วยกาแฟ ชุดกาน้ำชาและถ้วยกาแฟ เมื่อจัดเข้าคู่กันแล้ว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนำมาใช้เป็นของชำร่วยในงานแต่ง งานบุญ หรือพิธีมงคลต่างๆ เพราะเป็นของชำร่วยที่สื่อความหมายไปในทางที่ดี และสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงได้ อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ตกแต่งบ้าน หรือจัดวางภายในห้องครัวเพื่อให้เกิดความสวยงามได้เป็นอย่างดี  

ความแตกต่างระหว่างของชำร่วย vs ของรับไหว้ ที่หลายคนยังไม่รู้!

ความแตกต่างระหว่างของชำร่วย vs ของรับไหว้ ที่หลายคนยังไม่รู้!

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า “ของรับไหว้” และ “ของชำร่วย” ที่มักจะถูกนำมาใช้ในงานแต่งเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าทั้ง 2 สิ่งนี้ เป็นของประเภทเดียวกัน มีประโยชน์ในการนำมาใช้งานเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้ว หน้าที่ในการใช้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยวันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับของชำร่วยและของรับไหว้กันให้มากขึ้น ว่าทั้ง 2 สิ่งนั้นแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสม   ของชำร่วย คืออะไร ของชำร่วย คือ ของที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว เลือกสรรเพื่อนำมามอบให้กับแขกที่มาร่วมงานเพื่อแสดงความขอบคุณ โดยประเภทของของชำร่วยที่ได้รับความนิยมในงานแต่งนั้น มีด้วยกัน 2 แบบ คือของชำร่วยน้ำสังข์ ที่มักจะมอบให้กับแขกที่ให้เกียรติมารดน้ำสังข์บ่าวสาว และของชำร่วยในงานแต่ง ที่มักมอบให้บริเวณทางเข้างานแต่งหลังจากผู้ร่วมงานลงชื่อแล้ว แล้วแต่ความต้องการของผู้จัดงาน โดยของชำร่วยนั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นของที่มีความหมายมงคล และมีความเหมาะสมกับตัวงานนั้นๆ เช่น ชุดตะเกียบคู่ ของชำร่วยงานแต่ง ช้อนส้อม ที่แสดงออกถึงการใช้ชีวิตคู่ของบ่าวสาว เป็นต้น   หลักการเลือกของชำร่วยให้เหมาะสม การเลือกของชำร่วยให้เหมาะสมสำหรับงานแต่ง หรืองานมงคลต่างๆ ควรมีหลักการดังต่อไปนี้ 1. เลือกของชำร่วยที่มีความหมายมงคล ของชำร่วยที่คุณเลือกมาใช้ในงานแต่ง หรือพิธีมงคลต่างๆ ควรมีความหมายที่เป็นสิริมงคลดีงาม หรือเปี่ยมความหมายในทางที่ดี เพื่อให้เกิดความประทับใจต่อตัวผู้รับ

8 ของชำร่วยงานเปิดตัวบริษัท ยอดนิยม

8 ของชำร่วยงานเปิดตัวบริษัท ยอดนิยม

ของชำร่วยงานเปิดตัวบริษัท นอกจากงานแต่งงาน งานบวชและงานศพแล้ว อีกหนึ่งงานสำคัญที่มักจะมีการแจกของชำร่วยให้กับผู้มาร่วมงาน ก็คือ งานเปิดตัวบริษัท (Grand Opening) ซึ่งถือเป็นพิธีที่มักจะมีผู้คนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และมีบุคคลหลายตำแหน่ง หลากหลายอายุมารวมตัวกัน ดังนั้น การจะเลือกของชำร่วยหรือของที่ระลึกมาแจกจ่ายให้กับผู้คนในงานเปิดตัวบริษัทนั้น จึงต้องคำนึงถึงตำแหน่งและช่วงวัยของกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อให้สามารถเลือกของชำร่วยได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น Nippangift ร้านของชำร่วยออนไลน์ วันนี้เราจึงมี 8 ของชำร่วยยอดนิยมที่เหมาะกับการนำมาแจกเนื่องในงานเปิดตัวบริษัท เพื่อให้คุณมีไอเดียในการเลือกของชำร่วยมาแจกจ่ายในงานเปิดตัวบริษัทได้อย่างคุ้มค่า และสร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้มากขึ้น มีของชำร่วยประเภทไหนกันบ้าง มาดูกันเลย   1. ธัมบ์ไดรฟ์ ธัมบ์ไดรฟ์ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า แฟลชไดรฟ์หรือ USB เป็นของชำร่วยที่ควรค่าสำหรับนำมาแจกจ่ายในงานเปิดตัวบริษัทอย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งของที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงได้ และมีความเกี่ยวข้องกับคอนเซ็ปต์ของงานเปิดตัวบริษัทนั้นๆ อีกด้วย ทำให้ผู้รับเกิดความรู้สึกดีที่สามารถนำของชำร่วยชิ้นนี้ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะพนักงานที่มาร่วมงานในบริษัท อีกทั้งธัมบ์ไดร์ฟในปัจจุบัน ก็มีราคาไม่สูงมากหากซื้อทีละจำนวนมากๆ และยังสามารถสั่งออกแบบลวดลายได้ตามความต้องการอีกด้วย 2. พวงกุญแจ พวงกุญแจ (Keychain) ถือเป็นของพรีเมี่ยม หรือของชำร่วยที่ระลึก ที่หลายๆ บริษัทนิยมนำมาใช้เป็นของมอบแด่ผู้ที่มาร่วมงานในพิธี ซึ่งมาพร้อมรูปแบบให้เลือกหลากหลายตามความเหมาะสมและธีมของงาน โดยผู้จัดงานอาจจะเลือกออกแบบพวงกุญแจให้เป็นสัญลักษณ์โลโก้ของบริษัท หรือตัวหนังสือที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อให้เกิดความกลมกลืนและเข้ากับธีมของงานมากขึ้น อีกทั้งยังจะทำให้ผู้รับเกิดความทรงจำที่ดีต่องานนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี  

The product has been added to your cart.

Continue shopping View Cart