พระคาถาชินบัญชร (ฉบับสมบูรณ์) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)

พระคาถาชินบัญชร

พระคาถาชินบัญชร – บทสวดชินบัญชรนั้น กล่าวกันว่าเป็นบทสวดที่ได้รับความนิยมจากพุทธศาสนิกชนมากที่สุดบทหนึ่ง เนื่องจากเชื่อว่า หากสวดเป็นประจำจะช่วยปกป้องคุ้มภัยให้แคล้วคลาด รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ นานาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน 

นอกจากนั้น บทสวดชินบัญชรยังมีทั้งฉบับย่อ (คลิก พระคาถาชินบัญชร แบบย่อ) และฉบับสมบูรณ์ (คลิก พระคาถาชินบัญชร แบบเต็ม) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มสวดมนต์ และผู้ที่สวดมนต์มาเป็นเวลานานแล้ว วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับพระคาถาชินบัญชรให้มากขึ้น ประวัติความเป็นมา ความสำคัญ และรวมบทสวดทั้งฉบับเต็มและฉบับย่อไว้ด้วยกันในบทความเดียว  

พระคาถาชินบัญชร
พระคาถาชินบัญชร (ฉบับสมบูรณ์) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)

 

ยาวไป เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ

พระคาถาชินบัญชร มีความสำคัญอย่างไร ทำไมคนถึงนิยมสวดกันมาก

บทสวดชินบัญชร เป็นบทสวดโบราณที่สันนิษฐานว่าพระเถระในอาณาจักรล้านนาทางภาคเหนือของประเทศไทยในปัจจุบันแต่งขึ้น และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา โดยได้ถูกนำไปใช้ในพระราชพิธีจักรพรรดิราชาธิราช (พิธีจรสำหรับสะเดาะเคราะห์) รวมทั้งพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับประวัติของพระคาถาดังกล่าวนั้น เชื่อว่าหลังจากที่พระเถระล้านนาได้แต่งขึ้นต่อมาก็ได้รับการสืบทอดและเผยแพร่ไปในวงกว้าง บทสวดมนต์ชินบัญชร ของชำร่วย

 

กระทั่งได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นโดย เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆังโฆสิตาราม หรือที่รู้จักกันในบรรดาศักดิ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นอกจากนั้น ยังพบว่าคาถาชินบัญชรปรากฏในพื้นที่พม่าและศรีลังกาอีกด้วย จึงทำให้เกิดทฤษฎีใหม่ว่าแท้จริงแล้วคาถาชินบัญชานั้นตกทอดมาแต่ลังกาผ่านทางคัมภีร์โบราณ ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ พบเข้าโดยบังเอิญ โดยแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้นคัมภีร์โบราณดังกล่าวเขียนเป็นภาษาบาลีด้วยอักขระล้านนา ท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ จึงได้ศึกษาอักขระล้านนาจนแตกฉานและสามารถดัดแปลงคาถาดังกล่าวเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ซึ่งในเวลาต่อมาเนื่องจากคัมภีร์โบราณดังกล่าวไม่ปรากฏชื่อผู้ประพันธ์ จึงเข้าใจกันว่าท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นผู้แต่งพระคาถาชินบัญชรขึ้นมาด้วยตนเอง

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)

.

ที่มาของพระคาถาชินบัญชร

สำหรับ ที่มาของพระคาถาชินบัญชรที่ปรากฏในเนื้อหาจากใบลานของพระชัยมังคละที่เชื่อว่าเป็นผู้นำพระคาถาจากลังกามาเผยแพร่ นั้น ได้ความว่าพระคาถาชินบัญชรเกิดขึ้น เพราะพระราชาของลังกาพระองค์หนึ่งได้รับคำทำนายจากโหรหลวงว่าเมื่อพระราชโอรสอายุครบ 7 ปี 7 เดือนจะถูกฟ้าผ่าจนตาย ด้วยความวิตกกังวลจึงพยายามหาวิธีการแก้ไข

ด้วยการหาทางอาราธนาพระพุทธคุณของพระอดีตพุทธ จำนวน 28 พระองค์ และพระธรรมเจ้า 9 ประการ ตลอดจนบารมีธรรมของพระอรหันตสาวกที่เป็นเอตทัคคะในด้านต่าง ๆ ประมวลรวมกันเพื่อสร้างความขลังเป็นเกราะกำบังภัยให้กับพระราชบุตร

โดยวางแผนแบ่งหน้าที่พระให้ช่วยกันรจนาคาถาธูปละ 1 บทในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในพระมหาปราสาทลังกาชั้นที่ 7 อยู่ใกล้กับบริเวณที่เรียกว่า ‘ปล่องเบ็งชร’ อันมีลักษณะเป็นคูหาที่เปิดเป็นช่องหน้าต่าง

 

ด้วยเหตุนี้ คาถาบทดังกล่าวจึงได้รับการขนานนามว่า  ‘ชัยบัญชร’  และในเวลาต่อมาก็ได้รับการดัดแปลงเป็น  ‘ชินบัญชร’  โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์

 

ทั้งนี้หลังจากที่พระมหาเถระได้พากันสวดพระคาถาชัยบัญชรแล้ว เมื่อถึงกำหนดตามที่โหรหลวงได้ทำนายไว้จริงก็ปรากฎว่ามีสายฟ้าฟาดลงที่ปราสาทของพระมหากษัตริย์ลังกาจริง แต่แคล้วคลาดไม่โดนพระราชบุตร

ด้วยเหตุนี้  พระคาถาชินบัญชรจึงขึ้นชื่อด้านความศักดิ์สิทธิ์ในการปกป้องรักษาตัวผู้สวดให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่าง ๆ โดยเฉพาะหากผู้สวดมีความเมตตากรุณา เป็นคนไม่เบียดเบียนคนอื่น ตลอดจนเจริญภาวนาสติเป็นประจำทุกวันแล้ว ก็ช่วยให้คาถาชินบัญชรที่สวดทรงพลานุภาพเพิ่มมากขึ้น 

 

พระคาถาชินบัญชร ที่มา
พระคาถาชินบัญชร – ขอขอบคุณภาพจาก ohlor.com

 

ความหมายของพระคาถาชินบัญชร

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าพระคาถาชินบัญชรนั้นอาจถูกดัดแปลงมาจาก ‘ชัยบัญชร’ ซึ่งหมายถึงคูหาที่เปิดเป็นช่องหน้าต่างในปราสาทลังกา โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ซึ่งคำว่า ‘ชินบัญชร’ นั้นหมายถึง ผู้ชนะ ซึ่งในความหมายนี้หมายถึงองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าผู้ซึ่งเอาชนะกิเลสทั้งปวง

นอกจากนั้นคำว่า ‘บัญชร’ อันหมายถึง กรงหรือเกราะกำบังนั้น ก็มีความหมายว่าชินบัญชรเป็นคาถาที่ใช้สำหรับปกป้องคุ้มครองตนเองจากสิ่งชั่วร้ายและภยันตรายต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ พระคาถาชินบัญชรจึงเป็นคาถาที่ใช้ในการปัดเป่าเพศภัยให้พ้นตัวและจำเป็นอย่างมากที่ผู้สวดจะต้องบำเพ็ญตนให้เป็นคนดีมีเมตตา ไม่เบียดเบียน พระคาถาจึงจะสำแดงอานุภาพได้อย่างเต็มที่

 

หลวงพ่อโต
‘หลวงพ่อโต’

 

วิธีการสวดพระคาถาชินบัญชร

ตามปกติแล้ว พระคาถาชินบัญชรควรเริ่มสวดในวันพฤหัสบดีข้างขึ้นซึ่งถือว่าเป็นวันครู แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็ไม่มีกฎตายตัวว่าจะสวดได้เมื่อไหร่ ขอเพียงแค่ผู้สวดมีจิตใจที่สงบ ผ่อนคลาย และพร้อมที่จะกำหนดลมหายใจเข้า-ออกเพื่อฝึกสมาธิไปพร้อม ๆ กับการสวด

โดยในการสวดพระคาถาชินบัญชรแต่ละครั้งนั้น ให้เตรียมดอกไม้ 3 สีหรือสามารถใช้ดอกบัวแทนได้เช่นกัน จำนวน 9 ดอก และดอกมะลิที่เด็ดก้านดอกแล้ว 1 กำ ตามด้วยธูปหอม 9 ดอก แล้วให้จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยด้วยการตั้งนะโม 3 จบ จากนั้นให้สวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ ต่อโดยให้ตั้งจิตนึกถึงองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าและสมเด็จโต

 

เมื่อสวดเสร็จแล้วให้นั่งสมาธิต่อจนใจสงบ รำลึกสิ่งที่ผ่านพ้นมาในอดีตแล้วบำเพ็ญตั้งใจว่าจะทำวันพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

 

บทสวดชินบัญชร

บทสวดมนต์พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ
บทสวดมนต์พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ

 

คำภาวนาก่อนสวด

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ (ตั้งนะโม 3 จบ)

 

พระคาถาชินบัญชร (ฉบับย่อ)

ชิ นะ ปัญ ชะ ระ ปะ ริ ตัง มัง รัก ขะ ตุ สัพ พะ ทา (ภาวนา 10 จบ)

 

พระคาถาชินบัญชร (ฉบับสมบูรณ์) [Chinnabanchorn (The Cage of the Conqueror)] พระคาถาชินบัญชรฉบับเต็ม

ก่อนสวดบทนี้ให้ตั้งจิตนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และ สมเด็จโต

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง

Puttakamo-labhe-puttam, danakamo-labhedanam

 

อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตัง สุตตะวา

Atthikaye-kaya-nyaya, dhevanam-piyatamsuttava

 

อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ

Iti pi so bhagava, yamarajano daovessuvanno

 

มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

Maranam-sukham arahamsugato, namo buddhaya

 

พระคาถาชินบัญชร (ฉบับสมบูรณ์)

1. ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง

จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

Jayāsanāgatā Buddha Jetavā Māram savāhanam,

Catu-saccāsabham rasam Ye pivinsu narāsabhā

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์

ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ

อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

 

2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา

สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา.

Tanhankarādayo Buddhā Attha-vīsati nāyakā,

Sabbe patitthitā mayham Matthake te munissarā

มี ๒๘ พระองค์คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นต้น พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า

 

3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน

สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

Sīse patitthito mayham Buddho dhammo davilocane,

Sangho patitthito mayham Ure sabba-gunākaro

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะ

พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง

พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

 

4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ

โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก.

Hadaye me Anuruddho Sārīputto ca dakkhine,

Kondanno pitthi-bhāgasamim Moggallāno ca vāmake

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา

พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย

 

5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล

กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

Dakkhine savane mayham Āsum Ānanda-Rāhulo,

Kassapo ca Mahānāmo Ubhāsum vāma-sotake

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา

พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

 

6. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร

นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิ ปุงคะโว.

Kesante pitathi-bhāgasamim Suriyo va pabhankaro,

Nisinno siri-sampanno Sobhito muni-pungavo

มุนีผู้ประเสริฐคือพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง

อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

 

7. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก

โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร.

Kumāra-kassapo thero Mahesī citta-vādako,

So mayham vadane niccam Patitthāsi gunākaro

พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ

มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

 

8. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี

เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.

Punno Angulimālo ca Upālī Nanda-Sīvalī,

Therā pacna ime jātā Nalāte tilakā mama

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี

พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

 

9. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา

เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา

ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

Sesāsīti mahātherā Vijitā jina-sāvakā, Etesīti mahātherā Jitavanto jinorasā, Jalantā sīla-tejena Angamangesu santhitā

ส่วนพระอสีติมหาเถระ 80 องค์ที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรส

เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน

รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

 

10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง

ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง.

Ratanam purato āsi Dakkhine Metta-suttakam, Dhajaggam pacchato āsi Vāme Angulimālakam

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา

พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย

 

11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง

อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา.

Khandha-Mora-parittanca Ātānātiya-suttakam, Ākāse chadanam āsi Sesā pākāra-santhitā

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร

เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

ขอพระสูตรที่เหลือมาตั้งดุจกำแพงป้องกัน

 

12. ชินา นานาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา

วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.

Jinānābala-samyuttā Satta-pākāra-lankatā, Vāta-pittādi-sanjātā Bāhirajjhatt’upaddavā

อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้

ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง

สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

 

13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา

วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

Asesā vinayam yantu Ananta-jina-tejasā, Vasato me sakiccena Sadā Sambuddha-panjare

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ

เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม

แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน

อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น

เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

 

14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล

สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.

Jina-panjara-majjhamhi Viharantam mahītale, Sadā pālentu ma sabbe Te mahā-purisāsabhā

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น

จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

 

15. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข

ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว

ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ

สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย

สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

Iccevamanto sugutto surakkho, Jinānubhāvena jitupaddavo, Dhammānubhavena jitārisangho, Sanghānubhāvena jitantarāyo, Saddhammānubhāva-pālito carāmi jina-panjareti

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม

จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า

ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพ

แห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ

 

บทสวดพระคาถาชินบัญชรนั้นเป็นบทสวดที่ได้รับความนิยมเนื่องจากเชื่อว่าจะสามารถปกป้องผู้สวดให้แคล้วคลาดจากภยันตรายได้ อย่างไรก็ตาม ผู้สวดก็ต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี และฝึกสมาธิเป็นประจำด้วยเช่นกันจึงจะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกราบรื่น และประสบความสำเร็จ พระคาถาชินบัญชรฉบับเต็ม

.

“สวดชินบัญชร..ให้เกิดผล” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต)

 

รวมความศักดิ์สิทธิ์ของ พระคาถาชินบัญชร (ฉบับสมบูรณ์)

 

รูปภาพสมเด็จโต วัดระฆัง – ภาพถ่ายจริง

รูปภาพสมเด็จโต วัดระฆัง - ภาพถ่ายจริง
ภาพถ่ายจริง สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังษี ) วัดระฆังโฆษิตาราม ถ่ายโดยชาวต่างชาติ — ขอขอบคุณ รูปภาพจาก Pinterest

 

แหล่ประวัติหลวงพ่อโต

ไวพจน์ เพชรสุพรรณ “แหล่ประวัติหลวงพ่อโต” สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) วัดระฆัง

.

ทศพล หิมพานต์ “แหล่ประวัติหลวงพ่อโต”

 

ตำนาน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ตำนานสมเด็จโต

ตอนที่ 1/5

ตอนที่ 2/5

ตอนที่ 3/5

ตอนที่ 4/5

ตอนที่ 5/5

 

ของชําร่วย พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ ราคาถูก
ของชําร่วย พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ ราคาถูก

 

ของชําร่วยงานศพ พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ ราคาส่ง
ของชําร่วยงานศพ พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ ราคาส่ง

 

พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ ของชําร่วย ราคาถูก
พระคาถาชินบัญชรแผ่นพับ ของชําร่วย ราคาถูก

 

ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ คำสอนสมเด็จโต

ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ

.

ก่อนเป็นสมเด็จ ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #1

ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ
เรียบเรียงโดย ร้อยเอกประชุม สุขสำราญ
ให้เสียงภาษาไทยโดย ฟ้าทะลายโจร

ก่อนจะเป็นสมเด็จโตฯ
เจ้าพระคุณสมเด็จโต มีอายุยืนยาวถึง 5 รัชกาล คือ  เกิดวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331  (หรือใน รัชกาลที่ 1) และสิ้นใน พ.ศ. 2415 (หรือใน รัชกาลที่ 5)
และเชื่อกันว่าเจ้าพระคุณเป็นเชื้อพระวงศ์ด้วย

 

เกิดที่ไชโย
โตที่วันอินทร์
สิ้นที่วัดระฆัง

 

“ทีขรัวโตดี ก็ว่าขรัวโตบ้า
ทีขรัวโตบ้า ก็ว่าขรัวโตดี”
“ที่เขาชมว่าขรัวโตดี นั่นแหละคือ ขรัวโตบ้า ที่เขาติว่านั่นแหละคือ ขรัวโตดี”

 

ช้างเผือกกินพระไตรปิฎก
พระอาจารย์ที่วัดระฆัง ฝันว่า มีช้างเผือกเชื่อกหนึ่งเข้ามากินหนังสือพระไตรปิฎกในตู้จนหมด
ซึ่งตีความได้ว่า จะได้ศิษย์ที่ฉลาดหลักแหลม

 

หนีไม่พ้น ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #2

หนีสมณศักดิ์
ท่านไม่เข้าสอบเป็นเปรียญ แต่ก็เรียกพระมหาโต ตั้งแต่บวชพรรษาแรกมา บางท่านก็เรียกว่าขรัวโต
รัชกาลที่ 3 จะทรงแต่ตั้งเป็นพระราชาคณะ ท่านก็ทูลขอตัวเสีย

หนีไม่พ้น
ในรัชกาลที่ 4 เจ้าพระคุณสมเด็จโตหนีไม่พ้น ต้องรับสมณศักดิ์ ในตำแหน่งพระธรรมกิตติ

 

ความคะนองเจ้ากู ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #3

วิธีปราบพระนอกรีต
ท่านจะไม่กล่าวห้ามปรามหรือลงโทษทัณฑ์แต่อย่างใด ท่านใช้วิธีทำให้ผู้ทำผิดเกิดความละอาย ทีหลังก็ไม่กล้าทำอีก

ความคะนองของเจ้ากู
เข้าทำนองที่เจ้าพระคุณสมเด็จว่า ถึงเวลาเลิก เค้าเลิกกันเอง ไม่ถึงเวลาเลิก ทำอย่างไรเค้าก็ไม่เลิก
รัชกาลที่ 3 รับสั่งว่า เจ้ากูจะเล่นบ้าง ก็ช่างเจ้ากูเถอะ

 

เพราะกรรมเก่า ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #4

สวดมนต์จังหวะแปลก
สมัยก่อนการสวดตลกคนอง เป็นที่นิยมแพร่หลาย ..ต้องถูกลงโทษ มีพระบรมราชโองการให้ชำระพระสวดรำต่างๆ
สมัยนี้จะหาวัดที่มีพระสวดเล่นกระแทกจนด้ามตาลปัตรหักนี่ หายากยิ่งนัก นานๆ จะได้ยินสักครั้งหนึ่ง

ตีกันเพราะกรรมเก่า
รู้ได้อย่างไรว่าพระองค์นี้ตีเขาก่อน
รู้ได้ตามพระพุทธภาษิตว่า เวรระงับ เพราะการจองเวร นี่เป็นเวรต่อเวร มันตอบแทนกัน
ให้ตั้งอยู่ในสมณสัญญา มีหิริโอตัปปะ และไม่พึงจองเวรอาฆาตมาดร้ายกันต่อไป
ท่านทั้งสองไม่มีความผิด ชั้นมีความผิด เพราะชั้นปกครองไม่ดีเอง

 

เมตตาพิศดาร ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #5

ร้อยคำสอนไม่เท่ากับหนึ่งตัวอย่าง
ว่ากันว่าเจ้าพระคุณสมเด็จเป็นคนเจ้าระเบียบ
บางครั้งพระเณรไม่ลงทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น ท่านก็ลงไปทำเองแต่องค์เดียว สวดมนต์องค์เดียว ไม่ช้าพระเณรท่านก็ละอายใจ พากันไปลงทำวัตรสวดมนต์กันหมด

สายเพราะคอยบอกลา
ถ้ามีกิจไปนอกวัด ก็ให้บอกลาพระครูปลัดก่อน

เมตตาพิศดาร
ครั้งหนึ่ง ท่านจำวัดหลับอยุ่ มีโจรขึ้นกุฏิ ล้วงมือไปทางกรงหน้าต่างเพื่อหยิบเอาตะเกียงลาน แต่สุดมือเอื้อมแล้วก็ยังไม่ถึง
ท่านได้ยินเสียงกุกกัก ก็รู้สึกตัวว่าโจรจะลักของแต่เอาไม่ถึง จึงช่วยเอาเท้าเขี่ยตะเกียงส่งให้โจร โจรคว้าได้ก็เอาไปเลย
ท่านว่า มันคงอยากได้ ก็ให้มันไป

 

เมตตามหานิยม ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #6

เด็กวัดแย่งกัณฑ์เทศน์

เมตตามหานิยม
คุณธรรมเจ้าพระคุณสมเด็จ อย่างหนึ่งคือ ขันติ ท่านเป็นผู้หนักแน่น มั่นคง สงบจิต ระงับใจ ไม่ให้ยินดียินร้าย

โกรธไม่เป็นเพราะเย็นที่ใจ

 

สัมมาคารวะ ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #7

สัมมาคารวะ
วนฺทโก ปฏิวนฺทนํ (ผู้ไหว้ ย่อมได้รับการไหว้ตอบ)
เจ้าพระคุณสมเด็จทรงคุณธรรมอีกอย่างหนึ่งคือ ท่านมีสัมมาคารวะ อ่อนน้อม เมื่อเดินทางไปไหนมาไหนพบพระพุทธรูป ท่านจะถอยห่างหลีกออกไปราวสี่ศอก แล้วจะนั่งลงกราบ
ถ้าท่านไปพบพระเณรกำลังเทศน์อยู่ ท่านจะต้องหยุดฟังจนจบ ..เพราะเคารพในพระธรรม

ยศช้าง…ขุนนางพระ
เจ้าพระคุณสมเด็จเป็นพระเถระที่ไม่ถือยศถือศักดิ์ ชอบประพฤติเป็นอย่างพระธรรมดาสามัญ เหมือนพระลูกวัดทั่วไป
ยศช้างขุนนางพระ จะดีอย่างไร

ประกาศห้ามพระพายเรือ
รัชกาลที่ 4 ทรงมีหมายรับสั่ง ห้ามมิให้พระสงฆ์แจวเรือ พายเรือ

 

ยอดนักเทศน์ ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ #8

วาจาอ่อนหวาน
เจ้าพระคุณสมเด็จ ท่านจะพูดจ๊ะจ๋ากับคนทุกคน แม้กับสัตว์เดรัจฉาน ท่านก็พูดอย่างนั้น
เช่นคราหนึ่ง ท่านเดินทางไปพบสุนัขนอนขวางทางอยู่
ท่านพูดกับสุนัขนั้นว่า “โยมจ๋า ขอชั้นไปทีจ่ะ”
แล้วท่านก็ก้มกายเดิน หลีกทางไป

มีผู้ถามท่านว่า ทำไมท่านจึงทำดังนั้น
ท่านตอบว่า “ฉันไม่รู้ได้ว่า สุนัขนี้ เคยเป็นพระโพธิสัตว์หรือไม่ เพราะในเรื่องชาดก กล่าวว่า ในกาลครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เสวยชาติเป็นสุนัข”

ติดบ่วงแทนนก
เจ้าพระคุณสมเด็จ ท่านแผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลายทั่วกัน ไม่จำกัดขอบเขตว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใด
ครั้งหนึ่ง ท่านเดินทางไปต่างจังหวัด เห็นนกตัวหนึ่งติดบ่วงแร้วอยู่ กำลังดิ้นรนเพื่อจะเอาชีวิตรอดไปให้ได้
ท่านจึงแก้บ่วงแร้ว ปล่อยนกนั้นไป
แล้วท่านก็เอาเท้าของท่าน สอดเข้าไปในบ่วงนั้น

เมื่อคนเดินผ่านมาพบ ก็เข้าไปจะช่วยแก้บ่วงออก
ท่านไม่ยอมให้แก้ บอกให้ไปตามเจ้าของแร้วมาก่อน

เมื่อเจ้าของมา ท่านก็บอกความจริงว่า นกติดบ่วงแร้ว แต่ท่านช่วยปล่อยนกนั้นไป จึงขอติดแร้วแทนนกตัวนั้น
เจ้าของแร้วบอกท่านมา ไม่เป็นรัย ยินยอมให้ท่านปล่อยนกตัวนั้นได้ โดยไม่ติดใจโกรธแต่อย่างใด

ท่านจึงแก้บ่วงจากเท้า และบอกให้เจ้าของแร้ว กรวดน้ำ
ท่านยะถาสัพพี เสร็จแล้วจึงออกเดินทางต่อไป

ว่ากันตามพระวินัย ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จ มีความผิด เพราะนกตัวนั้นมีเจ้าของแล้ว
ท่านจึงต้องให้เจ้าของแร้ว อนุญาตก่อน จึงพ้นผิดได้

การที่เจ้าของแร้ว ให้เจ้าพระคุณสมเด็จปล่อยนกตัวนั้นได้
จัดว่าได้บำเพ็ญกุศลที่เรียกว่า อภัยทาน

ท่านจึงให้เจ้าของแร้ว กรวดน้ำ และท่านกล่าวคำอนุโมทนาดังกล่าว

ยอดนักเทศน์
เจ้าพระคุณสมเด็จ แววแห่งการเป็นนักเทศน์ของท่าน ปรากฏตั้งแต่เป็นสามเณร
ท่านเทศน์ดีเยี่ยมยอด ทั้งในทางธรรมวัฒน์ และมหาชาติ
เป็นพระนักเทศน์ชั้นธรรมกถึกเอกองค์หนึ่งในวงการศาสนา

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสถามถึงเหตุว่า ไฉนในวันก่อนถวายเทศน์ยืดยาวมาก แล้ววันนี้ทำไมถวายน้อยนัก
เจ้าพระคุณสมเด็จถวายพระพรว่า เมื่อวานนี้มหาบพิตรพระราชสมภารเจ้ามีพระราชหทัยขุ่นมัว ด้วยทรงมีกังวล
จะดับความขุ่นมัวได้ ต้องทรงสดับพระธรรมเทศนาให้มาก
ส่วนวันนี้ พระราชหทัยผ่องใส จะไม่ทรงสดับก็ได้

 

ตำนาน “ขรัวตาแสง” บูรพาจารย์แห่งสมเด็จโต ที่น้อยคนจะรู้เรื่องราวความเป็นมา

“ประวัติของขรัวตาแสง พระอาจารย์องค์สำคัญของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยกว่าปีล่วงมาแล้วจะหาพระภิกษุรูปใดที่จะเป็นที่รู้จักของมหาชนยิ่งไปกว่าสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม พระมหาเถราจารย์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นไม่มี แต่จะหาผู้ที่รู้จักพระมหาเถระอันเป็นที่เคารพนับถือ และเป็นบูรพาจารย์ องค์สำคัญองค์หนึ่งของสมเด็จพุฒาจารย์โต อันมีนามว่าหลวงปู่แสง แห่งวัดมณีชลขัณฑ์ เมืองลพบุรี น้อยเต็มที”

.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พฺรหฺมรํสี

 

 

NippanGift ร้านของชำร่วย ออนไลน์ ราคาถูก ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิง ราคาส่ง สินค้าพร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

 

6 Replies to “พระคาถาชินบัญชร (ฉบับสมบูรณ์) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)”

  1. นิพพาน

    Reply

    พระคาถาชินบัญชร (15 บท)

    ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
    จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

    ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
    สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา.

    สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
    สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

    หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
    โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก.

    ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล
    กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

    เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
    นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

    กุมาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก
    โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร.

    ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี
    เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.

    เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
    เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
    ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

    ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
    ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

    ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
    อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

    ชินา นานาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา
    วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.

    อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา
    วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

    ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
    สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.

    อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
    ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
    ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
    สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
    สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

  2. สุขธรรม

    Reply

    เรื่องเล่าสอนใจ:
    แกงร้อนของสมเด็จโต

    สมเด็จพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )เจ้าอาวาสวัดระฆัง

    ท่านเป็นพระที่มักน้อยสันโดษ ทั้งๆที่ท่านสนิทกับในหลวง

    แต่ไม่เคยถือตัวและมีอารมณ์ขัน

    ท่านมีวิธีปกครองพระเณรอบรมสั่งสอนลูกศิษย์

    ที่ไม่เหมือนใคร เช่นมีเรื่องเล่าว่า

    ครั้งหนึ่งสมเด็จโตรู้สึกอึดอัดใจ ก็คือ

    ไม่ว่าท่านจะทำกิจการใดๆ ก็ตาม

    เมื่อปรึกษาหารือกับภิกษุในวัด

    ก็มักจะได้รับคำตอบว่า สิ่งที่ท่านทำนั้นสมควรแล้ว ดีแล้ว

    ทุกครั้งไป คือลูกวัดประจบเอาใจ

    วันหนึ่งมีผู้นำแกงร้อนวุ้นเส้นชามใหญ่มาถวายท่าน

    สมเด็จโตสั่งให้ศิษย์วัดนำกระทะใบบัวใหญ่

    มาตั้งน้ำเต็มกระทะจนกระทั้งเดือนพล่าน

    แล้วนำแกงร้อนถ้วนนั้นเทลงในกระทะ

    แล้วให้ศิษย์วัดไปเก็บผักบุ้งในลำคลองข้างวัด

    มาล้างทำความสะอาดแล้วหั่น ใส่ลงไปในแกงร้อนนั้น

    นำอาหารอีกหลายอย่างที่มีผู้นำมาถวาย

    เทใส่รวมลงไปหมด แลดูไม่น่าขบฉันเลยแม้แต่น้อย

    เมื่อเสร็จแล้ว ก็ให้ศิษย์วัดตีกลองเป็นสัญญาณ

    ให้ภิกษุสามเณรต่างๆ นำปิ่นโต ถ้วยชามมาแบ่งอาหาร

    โดยท่านกำชับให้บอกภิกษุสามเณรทุกรูปว่า

    เป็นแกงร้อนที่ท่านปรุงเอง ภิกษุทั้งวัดระฆัง

    จึงได้ฉันแกงร้อนสมเด็จฯ ในมื้อเพลวันนั้นโดยทั่วถึง

    ครั้นตกเวลาเย็น ภิกษุทุกรูป

    จะต้องมาร่วมทำวัตรค่ำในพระอุโบสถ

    สมเด็จโตไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูโบสถ์

    คอยถามภิกษุทุกรูปที่เดินผ่านท่านเข้าไปในโบสถ์ว่า

    “แกงร้อนของท่านเมื่อตอนเพลเป็นอย่างไรบ้าง? ”

    ปรากฏว่าภิกษุทุกรูปตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยดีมาก

    ท่านก็ถามภิกษุทุกรูปเรื่อยมา จนกระทั้งถึงภิกษุชราองค์หนึ่ง

    ซึ่งบวชอยู่วัดระฆังมานานหลายสิบพรรษา

    เดินผ่านมาสมเด็จฯก็ถามเหมือนเดิมว่า

    “ขรัวตา แกงร้อนของฉันเมื่อตอนเพลเป็นอย่างไรบ้าง?

    ฉันลงมือทำเองทีเดียวนะ”

    ขรัวตา นิ่งสักพักแล้วตอบว่า

    “ไม่ไหวครับ พระเดชพระคุณท่าน

    กระผมเทให้หมามันยังไม่กินเลย”

    สมเด็จฯ ยิ้มด้วยความพอใจ แล้วประนมมือไหว้ขรัวตา

    สาธุ สาธุ ขรัวตานี่แหละศีลบริสุทธิ์โดยแท้

    ควรแก่การเคารพ สาธุ ..

    คืนวันนั้น หลังจากทำวัตรเย็นแล้ว

    สมเด็จโต ก็เทศนาอบรมพระเณรในวัดทุกรูป

    อย่าพูดโกหก โดยยกเรื่องแกงร้อนเป็นอุทธาหรณ์

    พร้อมกล่าวยกย่อง ขรัวตาที่กล้าพูดความจริงไม่โกหก

    นี่คือวิธีการอบรมสั่งสอนลูกวัดของท่าน

    ขอบคุณที่มา:
    FB. วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
    https://www.facebook.com/Zensukato/

    .

    1. นิพพานกิฟ (Post author)

      Reply

      ขอบคุณมากๆ ค่ะ

  3. ศิษย์หลวงปู่

    Reply

    #มีคนถามว่าทำไมขยันทำบุญ

    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี)
    วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ ท่านได้เทศน์เรื่องทำบุญไว้ว่า

    “#ทำไมต้องทำบุญ?”

    ..เพราะ บุญ เป็นพลังงาน ที่มีพลังดึงดูด ความเจริญ มาสู่ชีวิต เป็นต้นเหตุ แห่งความสุข ความสำเร็จ ในชีวิต

    ..ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตก็มาก

    ..ถ้าบุญมาก อุปสรรคในชีวิตก็น้อย

    ..ถ้าบุญอ่อนกำลังลง หรือ บุญหมด..

    ..บาปที่เคยทำไว้ ก็จะได้โอกาส ส่งผล

    ..ทำให้ชีวิต มีอุปสรรค ต่างๆนานา

    ..เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีความสุข หมดอำนาจวาสนา เสียชื่อเสียงเกียรติยศ แม้คนที่รักกันก็หมดรัก แม้ทรัพย์ที่มีอยู่น้อยนิด ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้..

    ..ฉะนั้น การจะมี ทรัพย์สมบัติทุกอย่าง และ ความสมบูรณ์พร้อมในชีวิต ก็ต้องมีบุญ ที่มากเพียงพอ

    ..ซึ่งไม่ว่า จะอยู่ในสถานภาพใด ล้วนต้องอาศัยบุญทั้งนั้น ไม่ว่าจะอยากอยู่แบบพอมีพอกิน หรือ คิดจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือ พระเจ้าจักรพรรดิ

    ..แม้กระทั่ง ปรารถนา ที่จะหมดกิเลส บรรลุมรรคผล นิพพาน เป็นพระอรหันต์ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องมีบุญถึง บารมีถึง ถึงจะดำรงอยู่ในสภาวะนั้น ได้อย่างมั่นคง และมีความสุข

    ..ด้วยเหตุนี้ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะสั่งสมบุญ

    ..เพราะบุญ คือ เบื้องหลังความสุข ความสำเร็จ ในชีวิตทุกระดับ อย่างแท้จริง..

    ( สมเด็จโต พรหมรังสี)

  4. รำลึกครบ232ปีชาตกาล

    Reply

    รำลึกครบ232ปีชาตกาล
    สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)
    คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

    16 เม.ย. 2563 – 09:45 น.

    รำลึกครบ232ปีชาตกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) – วันศุกร์ที่ 17 เม.ย.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 232 ปี ชาตกาล “สมเด็จพระพุฒาจารย์” (โต พรหมรังสี) พระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถือ อย่างมาก

    เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆัง โฆสิตารามวรมหาวิหาร ในสมัยรัชกาลที่ 4-5

    เป็นพระสงฆ์ที่คนรู้จักมากที่สุด พระชินบัญชรคาถา เป็นบทสวดภาวนาที่ได้รับความศรัทธาสูงสุด แต่ละบทกล่าวสรรเสริญ และอัญเชิญพระบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตลอดทั้งพระอรหันตสาวกทั้งหลาย เพื่อการปกป้องคุ้มครองรักษา

    ถือกำเนิดตอนเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีที่ 17 เม.ย. 2331 ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 5 ปีวอก จุลศักราช 1150 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

    บิดาไม่ปรากฏนาม มารดาชื่อ “เกศร์” หรือ “เกตุ” บางตำราว่าชื่อ “นางงุด” ดั้งเดิมเป็นชาวอุตรดิตถ์ ก่อนโยกย้ายมาให้กำเนิดท่านที่บ้าน ต.ไก่จ้น อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรี อยุธยา

    บรรพชาที่วัดอินทรวิหาร พระบวรวิริยเถระ (อยู่) เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม (วัดบางลำพูบน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และอุปสมบท ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นนาคหลวง สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุฯ เป็นพระอุปัชฌาย์

    การศึกษาพระปริยัติธรรม เล่าเรียนจากสำนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (นาค) วัดระฆังฯ และได้เรียนต่อกับสมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุฯ นอกจากนี้แล้วไม่มีบันทึกไว้ชัดเจน

    แต่ที่ทราบคือ ครั้งเป็นสามเณรมักได้รับ คำชมเชยจากครูบาอาจารย์ว่ามีความทรงจำดีเยี่ยม มีปฏิภาณเป็นยอด ยิ่งเมื่อเป็นพระภิกษุเต็มตัว ยิ่งทรงคุณ ทรงความรู้ ทรงภูมิธรรม มีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม เฉลียวฉลาดแตกฉานในวิทยาการต่างๆ

    วิปัสสนาธุระ คันถธุระ และหรือคุณวุฒิเด่นๆ อย่างโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ ล้วน เป็นเลิศ

    กล่าวกันว่าชอบสร้างอะไรให้ใหญ่โตไว้เพื่อให้สมกับนาม งานประติมากรรมที่เป็นอนุสรณ์รู้จักกันดี อาทิ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ วัดสะตือ จ.พระนครศรีอยุธยา อนุสรณ์ว่าท่านได้เกิดที่นั่น, พระพุทธรูปยืน (พระศรีอริยเมตไตรย) วัดอินทรวิหาร กทม. อนุสรณ์ว่าท่านมาหัดเดินและเติบโต, พระเจดีย์นอน วัดลครทำ กรุงเทพฯ สร้างขึ้นเพื่อประสงค์ให้เป็นพระธรรมเจดีย์บรรจุ พระธรรม, พระพุทธรูปนั่ง วัดพิตเพียน (วัดกุฎีทอง) จ.พระนครศรีอยุธยา, พระพุทธรูปยืน วัดกลางคลองข่อย ฯลฯ

    นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน นอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิทยาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล “พระสมเด็จ” ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย

    ยังปรากฏเกียรติคุณความเป็นพระนักเทศน์ระดับชั้นธรรมกถึก ในอดีตพระเถระผู้ใหญ่ระดับชั้นพระราชาคณะ ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าสวดฉันจังหัน และแสดงธรรมเทศนาในพระบรมมหาราชวัง โดยมีในหลวงทรงเป็นประธาน

    สามารถเทศน์กัณฑ์มัทรีไพเราะเพราะพริ้ง จนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวง และรัชกาลที่ 2 พระราชทาน เรือกราบกัญญา หลังคากระแชง ซึ่งเป็นเรือทรงในพระองค์เจ้าให้ไว้ใช้ในกิจส่วนตัว

    รัชกาลที่ 4 ก็ทรงโปรดการเทศน์ของ สมเด็จฯ เป็นอย่างมาก ทรงตรัสว่า “ถ้าไม่ได้เห็นขรัวโตหลายๆ วันครั้งใด รู้สึกเหงาๆ ได้สนทนากับขรัวโตแล้วสบายใจดี”

    รัชกาลที่ 4 ทรงแต่งตั้งให้เป็นพระราชาคณะที่ พระธรรมกิตติ

    ถัดมาอีก 2 ปี สถาปนาให้เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ รูปที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สืบแทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน) วัดสระเกศ

    ในปีที่ 5 แห่งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ไปดูการก่อสร้างพระโต วัดบางขุนพรหมใน เกิดอาพาธด้วยโรคชราภาพ และถึงแก่มรณภาพบนศาลาใหญ่วัดบางขุนพรหมใน (วัดอินทรวิหาร) ตรงกับวันที่ 22 มิ.ย. 2415

    สิริอายุ 85 ปี พรรษา 65

    https://www.khaosod.co.th/amulets/news_3954418

  5. นิภา

    Reply

    พระคาถาชินบัญชร ๙ จบ พร้อมคำแปล และบทแผ่เมตตา (คลื่นเดลต้า)
    https://www.youtube.com/watch?v=aLxx812OD8A

    อานิสงส์พระคาถาชินบัญชร

    พระคาถาชินบัญชรนี้เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ตกทอดมาจากลังกา เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ค้นพบในคัมภีร์โบราณ ได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ได้เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณ์ แปลออกมาแล้วแต่มีสิ่งสิริมงคลแก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ

    พระคาถานี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธานุภาพแห่งพระบรมศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าที่ได้เคยมาตรัสรู้ก่อนหน้านี้ จากนั้นเป็นอัญเชิญพระอรหันต์ขีณาสพ อันสำเร็จคุณธรรมวิเศษแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน นอกนั้นยังอัญเชิญพระสูตรต่าง ๆ อันโบราณาจารย์เจ้าถือว่าเป็นพระพุทธมนต์อันวิเศษ ตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญของผู้ภาวนา พระคาถาลงมาจนล้อมรอบตัว จนกระทั่งหาช่องโหว่ให้อันตรายสอดแทรกเข้ามามิได้

    อานุภาพแห่งพระคาถาชินบัญชร
    ผู้ใดได้สวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้เป็นประจำอยู่สม่ำเสมอ จะทำให้เกิดความสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ากล้ำกลาย ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม เกิดลาภผลทวี ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่าง ๆ ทำน้ำมนต์รดแก้วิกลจริตแก้สรรพโรคภัยหายสิ้นเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มีคุณานุภาพตามแต่จะปรารถนาดังคำโบราณว่า “ฝอยท่วมหลังช้าง” จะเดินทางไปที่ใด ๆ สวดแล้วอธิษฐานจะสำเร็จสมดังใจ

    สมเด็จฯ แปลคติธรรมในท่านั่ง
    จากท่านั่งของสมเด็จฯ ที่กำมือทั้งสองไว้ระหว่างอกนั้น เป็นการสร้างปริศนาให้ท่านที่มีความเคารพและศรัทธาในองค์ท่านได้ขบคิดปริศนาธรรม ทำไมท่านทำท่าเช่นนั้น เมื่อได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ปริศนาธรรมนี้มีความหมายอยู่ 2 ประการ สองมือที่กำซ้อนกันอยู่นั้น หมายถึงกรรม 2 อย่าง คือ กรรมดี และกรรมชั่ว การที่ท่านอยกขึ้นไว้ใกล้กับหัวใจนั้น หมายถึงใจเป็นตัวต้นเหตุให้เกิดการกระทำต่าง ๆ ขึ้นมา ฉะนั้น การกระทำใด ๆ ทั้งทางกาย ทั้งทางวาจา และใจ ต้องใคร่ครวญเสียก่อนว่า ที่จะทำ จะพูด จะคิดนั้น ถูกหรือผิด จะดีหรือจะชั่ว ต้องมีสติ อย่าปล่อยให้กิเลสครอบงำจิตใจ คิดและใคร่ครวญให้รอบคอบเสียก่อนแล้วจึงกระทำแต่สิ่งที่ถูกต้องและสมควร

    คติธรรมที่สมเด็จฯ ประทานไว้ในท่าที่นั่งของท่านนี้ จะเป็นประโยชน์ยิ่งแก่สาธุชนผู้นำไปปฏิบัติ ทั้งแก่ตนเอง ครอบครัวและแก่สังคม

    หมายเหตุ: คำแนะนำทั้งหมดสำหรับผู้ที่มีความศรัทธามั่นคงใน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และเป็นผู้ที่มีคุณธรรมประจำใจประพฤติตัวอยู่ในศีล ผู้นั้นก็จะได้รับความสุขและรอดพ้นจากภัยพิบัติต่าง ๆ นอกจากว่าจะเกิดจากกรรมในอดีต ส่งผลมาถึงท่านก็ช่วยให้หนักเป็นเบาได้ ขอให้ทำเป็นประจำ และช่วยกันเผยแพร่ต่อ ๆ ไปด้วยเป็นการเพิ่มกุศลให้กับตนเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

 
 
 

The product has been added to your cart.

Continue shopping View Cart