Category Archives: Funeral

งานฌาปนกิจ

บทความน่าสนใจมากมาย สาระความรู้เกี่ยวกับงานฌาปนกิจ การจัดพิธีศพ งานศพของแต่ละศาสนา ความสำคัญของงานฌาปนกิจ และอื่นๆ มากมาย

เช่น ของชำร่วยงานศพแบบไหนบ้างที่ได้รับความนิยมใช้งานมากที่สุด, ของชำร่วยงานศพ ควรเลือกอย่างไร ให้เหมาะสมและถูกกาลเทศะ, 10 ของชำร่วยงานศพที่นิยมใช้มากที่สุด, 8 ของชำร่วยต้องห้ามที่ไม่ควรนำมาใช้กับงานศพ, ทำไม เหตุผลอะไรที่ของชำร่วยแบบใช้งานได้จริง เป็นที่นิยมกว่าของตั้งโชว์, หรือ ของชําร่วย สําคัญอย่างไรบ้าง ทำไมพิธีต่างๆ จึงต้องมีของชำร่วยด้วยเสมอ,

การใส่บาตร กรวดน้ำ และการอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ, ของไหว้วันเผา, เผาหลอก เผาจริง ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ, บวชหน้าไฟ คืออะไร เพื่ออะไร,

ขั้นตอนการแจ้งเสียชีวิต แจ้งตาย, ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้แทนความอาลัย, ไม้จันทน์ ไม้จันทน์หอม ไม้มงคล สำหรับงานอวมงคล, Snack Box งานศพ อาหารว่างงานศพ และข้อมูลน่ารู้อื่นๆ อีกมากมาย

การลอยอังคาร พิธีการสุดท้ายของงานศพ เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับสู่สัมปรายภพ (ภพภูมิที่ดี)

ของชําร่วยงานศพที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก (เนื่องมาจากการระบาดหนักรอบนี้) และราคาคุ้มค่า มีประโยชน์อย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน คือ ของชําร่วย งานฌาปนกิจ แอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ ของชำร่วย ซึ่งมีหลายรูปแบบ หลายขนาดให้เลือก พร้อมลวยสวยงาม เหมาะสมกับงานขาวดำ

สามารถดูตัวอย่างสินค้าของที่ระลึกงานศพ ของชำร่วยงานฌาปนกิจ ได้ที่ https://nippangift.com/top-10-funeral-souvenirs/

เมรุ เมรุเผาศพ สถานที่เผาศพจากชนชั้นสูงสู่ชนชั้นสามัญ

เมรุ เมรุเผาศพ สถานที่เผาศพจากชนชั้นสูงสู่ชนชั้นสามัญ

เมรุ หรือ เมรุเผาศพ เมรุเผา เป็นสถานที่ที่ทุกคนไม่มีใครต้องการอยากใช้ หากแต่กลับเป็นสถานที่ที่ทุกคนจะต้องได้ใช้กันอย่างแน่นอน หลังจากละสังขารอำลาโลกนี้ไปแล้ว ซึ่งลักษณะของเมรุเผาศพที่ใช้กันจะมีรูปแบบและมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนมีลักษณะที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน โดยการนำเมรุมาใช้ในงานเผาศพ งานศพ ก็มีประวัติความเป็นมา ประวัติเมรุ และมีความเชื่อที่น่าสนใจดังนี้ ที่ระลึกงานฌาปนกิจ ของชำร่วยงานศพ นิพพานกิฟ ของชําร่วยงานฌาปนกิจ ราคาส่ง ส่งด่วน ส่งไว สเปรย์แอลกอฮอล์ พกพา ของชำร่วย ซื้อยาพารา ของชำร่วยงานฌาปนกิจศพ snack box งานศพ ของชําร่วยกระเป๋าใส่เหรียญ เมรุอ่านว่า เมรุ อ่านว่า เมน เมรุมาศ อ่านว่า เม-รุ-มาด เมรุมาศ คําอ่าน เม-รุ-มาด เมรุ ภาษาอังกฤษ Crematorium พระเมรุมาศ ภาษาอังกฤษ Royal Crematorium   พระเมรุมาศ ความเชื่อ   ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ มีความเชื่อว่า กษัตริย์เป็นสมมุติเทพ คือ เป็นเทพมาจุติเพื่อช่วยปวงประชาให้รอดพ้นจากภัยอันตรายและอยู่อย่างร่มเย็น

ไม้จันทน์ ไม้จันทน์หอม ไม้มงคล สำหรับงานอวมงคล

ไม้จันทน์ ไม้จันทน์หอม ไม้มงคล สำหรับงานอวมงคล

ไม้จันทน์ หรือ ไม้จันทน์หอม เป็นไม้มงคลที่นิยมนำมาใช้ในงานอวมงคลอย่างงานศพ ซึ่งการนำไม้จันทน์มาใช้ในงานศพ ถือเป็นภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน นำสิ่งของรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์     นิพพานกิฟ ของชำร่วยงานศพ ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิง สเปรย์แอลกอฮอล์ พกพา ของชำร่วย snack box งานศพ จัดส่งรวดเร็ว ราคาส่ง ราคาถูก ขนมเบรค ขนมจัดเบรค ชุดอาหารว่าง ทุกงานสำคัญ ส่งด่วน ส่งไว ภายใน 3 ชั่วโมง   ไม้จันทน์ คืออะไร ไม้จันทน์ คือ – ไม้จันทน์ หรือ ไม้จันทน์หอม เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mansonia gagei J. R. Drumm. ex Prain จัดเป็นต้นไม้ที่อยู่ในวงศ์ Sterculiaceae โดยมีชื่อเรียกสากลในภาษาอังกฤษว่า Sandalwood และมีชื่อสามัญว่า Kalamet   สำหรับในประเทศไทยมีการเรียกชื่อตามแต่ละท้องถิ่นที่ต่างกันออกไป เช่น

ลอยอังคาร พิธีส่งดวงวิญญาณสู่สุขคติภูมิอันร่มเย็น

ลอยอังคาร พิธีส่งดวงวิญญาณสู่สุขคติภูมิอันร่มเย็น

ลอยอังคาร ถือเป็นพิธีการสุดท้ายในขั้นตอนของงานศพ ที่จัดขึ้นเพื่อส่งดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วให้ไปสู่สัมปรายภพหรือภพภูมิที่ดี ทั้งให้ได้ สำหรับพิธีลอยอังคารมีประวัติความเป็นมาและมีความหมายอย่างไร ตลอดจน ขั้นตอนพิธีลอยอังคาร จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ สเปรย์แอลกอฮอล์ พกพา ของชำร่วย งานฌาปนกิจ ราคาส่ง ราคาโรงงาน   การลอยอังคาร คืออะไร (ลอยอังคาร แปลว่า)   ตามความเชื่อของคนไทยที่ว่า การนำอังคารของผู้ตายไปลอยในแม่น้ำ เป็นการส่งดวงวิญญาณของผู้ตายให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขในภพภูมิหลังความตายหรือในโลกหน้านั่นเอง   เพราะน้ำเป็นตัวแทนแห่งความเย็น ใครก็ตามที่ได้อยู่กับสายน้ำย่อมได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งคนไทยส่วนมากจะแบ่งกระดูก (อัฐิ) มาเก็บไว้ส่วนหนึ่ง และนำอังคาร (เถ้ากระดูก) ไปลอยน้ำตามความเชื่อดังกล่าวอีกส่วนหนึ่ง   “อังคาร” ในที่นี้หมายถึง เถ้าถ่านของศพที่เผาแล้ว   พิธีลอยอังคาร การลอยอังคาร ภาษาอังกฤษ คือ Scattering ashes over water, Scattering ashes over the sea   พิธีลอยอังคาร เป็นพิธีกรรมความเชื่อตามหลักศาสนาฮินดูที่เผยแผ่เข้ามาสู่ประเทศไทย ตามความเชื่อของศาสนาฮินดูที่เชื่อว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สามารถชำระล้างบาปให้กับผู้ที่ตายได้

การใส่บาตร กรวดน้ำ และการอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ

การใส่บาตร กรวดน้ำ และการอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ ทำอย่างไรให้ได้อานิสงส์สูงสุด

การใส่บาตร กรวดน้ํา – การอุทิศบุญให้กับผู้ล่วงลับ หรือญาติทุกคนภายในตระกูลที่จากไปแล้ว เป็นเรื่องที่คนไทยต่างก็ยึดถือและทำกันมาอย่างยาวนาน แม้จะเป็นเพียงความเชื่อ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เพราะเปรียบเสมือนการได้ส่งบุญ, อาหาร และสิ่งของต่างๆ ไปสู่คนที่เรารักในอีกโลกหนึ่ง ทำให้เกิดความรู้สึกที่เป็นสุขมากขึ้น ดังนั้นถ้าคุณกำลังมองหาความรู้เกี่ยวกับการอุทิศบุญและการทำบุญให้ผู้ที่ล่วงลับอย่างถูกต้อง ข้อมูลในบทความนี้เราได้รวบรวมไว้ให้คุณได้ศึกษาทำความเข้าใจอย่างครบถ้วนแล้วค่ะ   ประวัติความเป็นมาของการอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ และการกรวดน้ำ   การอุทิศบุญหรืออุทิศส่วนกุศล ถือเป็นหนึ่งในพิธีกรรมทางศาสนา ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าพิมพิสารที่ได้ทำการอุทิศส่วนกุศลด้วยการใช้น้ำ   เพราะในอดีตพระเจ้าพิมพิสารนับถือศาสนาพราหมณ์ที่กำหนดให้ผู้รับของต้องแบมือรับแล้วใช้น้ำรดลงบนมือ พระองค์จึงชินต่อการใช้ประเพณีของศาสนาพราหมณ์  เมื่อได้พบกับพระพุทธเจ้าและต้องทำการอุทิศส่วนกุศลจึงเลือกใช้วิธีการนี้ แต่ด้วยความที่พระพุทธเจ้าเป็นผู้ไม่ยึดติดและเดินทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) พร้อมได้เห็นถึงความตั้งใจที่พระเจ้าพิมพิสารต้องการอุทิศบุญให้กับผู้ล่วงลับ จึงไม่ได้มีการห้ามแต่อย่างใด เพราะในพุทธศาสนาการอุทิศส่วนกุศลไม่จำเป็นต้องใช้น้ำแต่ใช้เป็นเพียงแค่การอธิษฐานจิตแบบสั้นๆ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถส่งบุญกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้ ดังนั้นนั่นเอง   การอุทิศบุญของพุทธศาสนาจะเน้นเรื่องการอธิษฐานจิตและการเอ่ยชื่อของผู้รับอย่างชัดเจน  เพื่อให้ผู้ที่ถูกเอ่ยชื่อนั้นได้โมทนาบุญ ก็จะถือว่าได้รับไปโดยตรง   แต่ถ้าคุณได้ทำบุญหรือทำทานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้อุทิศหรือตั้งอธิษฐานจิตถึงใคร ผู้ล่วงลับที่คุณต้องการให้รับบุญ กุศล และสิ่งของต่างๆ ที่ตั้งใจอุทิศไปให้ ก็จะไม่ได้รับ รวมไปถึง   กรวดน้ํา ภาษาอังกฤษ, การใส่บาตร ภาษาอังกฤษ   ดังนั้น การอุทิศบุญและการทำบุญใส่บาตรให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือแม้แต่การกรวดน้ำ

หนังสือที่ระลึกงานศพ หนังสือแห่งความอาลัยรักแด่ผู้วายชนม์

หนังสืองานศพ หนังสือที่ระลึกงานศพ หนังสือแห่งความอาลัยรักแด่ผู้วายชนม์

หนังสืองานศพ เป็นหนังสือที่ทำแจกในงานพิธีศพที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งชื่อเรียกของหนังสืออาจเรียกขานต่างกันไป เช่น หนังสือที่ระลึกงานศพ, หนังสือที่ระลึกงานศพ, หนังสืออนุสรณ์งานฌาปนกิจ, หนังสืออนุสรณ์งานศพ หรือหนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจ เป็นต้น แต่โดยรวมแล้วก็มีความหมายเดียวกัน คือ นั่นเอง นิพพานกิฟ ที่ระลึกงานฌาปนกิจ ของชำร่วยงานศพ ของชําร่วยงานฌาปนกิจ ราคาประหยัด จัดส่งรวดเร็ว   ประวัติความเป็นมาของหนังสือที่ระลึกงานศพ   แต่ความเป็นจริงแล้ว หนังสือนี้ได้มีการจัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)   โดยมีการแจกหนังสือที่ระลึกงานศพในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี (พระนางเรือล่ม) และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ โสภางคทัศนิยลักษณ์ อรรควรราชกุมารี ที่จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๓ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกงานศพแจกในงานพิธีศพ ซึ่งหนังสือที่ระลึกงานศพที่จัดพิมพ์ครั้งนี้ เป็นหนังสือ สาราทานปริยายกถามรรค ที่ประกอบไปด้วยบทสวดมนต์หลวงจำนวนความหนาประมาณ 300 หน้า โดยมีกรมพระยาดำรงราชานุภาพทำหน้าที่เป็นผู้เรียบเรียงหนังสือ และหนังสือที่ระลึกงานศพเล่มนี้ได้ทำการจารตัวอักษรลงในใบลานจำนวน 10,000 เล่ม เพื่อทำการพระราชทานแก่วัดที่อยู่ทั่วราชอาณาจักร   ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org   หลังจากนั้นจึงได้มีการแจกหนังสือที่ระลึกงานศพต่อมา โดยในช่วงรัชกาลที่ ๕

มัสยิดกลางสงขลา หาดใหญ่

พิธีศพของศาสนาอิสลาม ความเชื่อ ข้อปฏิบัติและขั้นตอนการทำพิธีศพอย่างเรียบง่าย

หากพูดถึงเรื่องราวชีวิตหลังความตาย ในแต่ละศาสนาก็จะมาพร้อมคำสอนที่แตกต่างกันไป สำหรับศาสนาอิสลามแล้ว เรื่องของความตาย ไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของชีวิตแต่อย่างใด หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวไปสู่การใช้ชีวิตที่แท้จริง โดยชาวมุสลิมทั้งหลายมาพร้อมความเชื่อตามหลักคำสอนว่า   เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์สละร่างกายตนไปในภพนี้ วิญญาณทุกดวงที่ล่องลอยออกจากร่างก็จะไปรวมตัวกันอยู่ในโลกที่คั่นกลางระหว่างภพนี้และภพหน้า โดยทุกชีวิตที่ได้เผชิญหน้ากับความตายจะมีโอกาสได้ฟื้นขึ้นมาเพื่อฟังคำตัดสินจากผู้กำหนดโชคชะตาว่า วิญญาณของพวกเขาจะไปลงเอยที่ใด จะใช้ชีวิตหลังโลกนี้ด้วยความสุขสบายอยู่บนสรวงวรรค์ หรือทุกข์ทรมานอย่างเจ็บปวดด้วยการลงทัณฑ์จากบาปกรรมที่ทำมา   เนื่องด้วยคำสอนและความเชื่อดังกล่าวที่ชาวมุสลิม หรือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามยึดถือกันมาช้านาน ทำให้พิธีศพของผู้คนส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลามมีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนยุ่งยากเท่าพิธีของชาวพุทธหรือชาวจีน ซึ่งการทำพิธีที่ไม่ซับซ้อนนี้ถือเป็นหนทางที่ชาวมุสลิมจะได้ใกล้ชิดกับโลกคั่นกลางมากที่สุด       ขั้นตอนการจัดพิธีศพโดยทั่วไปของคนอิสลาม โดยทั่วไปแล้วการจัดงานศพของคนที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น ไม่มีอะไรยุ่งยากหรือซับซ้อนแม้แต่น้อย แต่จะมีการแบ่งประเภทของศพที่นำมาทำพิธีเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ศพที่ตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และศพของทหารที่ตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่   1. ศพที่ตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ศพประเภทนี้เป็นศพที่พบเห็นโดยทั่วไป ซึ่งเป็นศพที่ตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง จากอุบัติเหตุหรือชราภาพตายก็ตาม ศพเหล่านี้จะต้องถูกนำร่างมาชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ติดตัวอยู่ นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องรีดท้องเพื่อนำสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในออกมาด้วย จากนั้นให้ชำระล้างร่างกายภายนอกให้สะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัว หลังจากชำระล้างร่างกายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้นำศพมาวางไว้บนผ้าขาว 3 ชั้น โดยจัดวางมือของศพให้มือขวาทับบนมือซ้าย แล้วเริ่มห่อศพ โดยปิดผ้าให้มิดชิด ไม่ให้มีส่วนใดของร่างกายเล็ดรอดออกมา   ขั้นตอนต่อไปคือ การนำเอาศพไปบรรจุลงโลงหรือหีบห่อที่เตรียมไว้ ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานทั่วไป

พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ความเป็นมาและความสำคัญ

พิธีสวดพระอภิธรรมศพ สวดอภิธรรม ความเป็นมาและความสำคัญ

. ขั้นตอนการปฏิบัติระหว่างการสวดอภิธรรมศพ สำหรับพิธีกรรมสวดศพโดยทั่วไปจะมีแบบแผนการปฏิบัติที่ไม่แตกต่างกันมากนัก สามารถสรุปออกเป็นลำดับขั้นตอนได้ดังนี้   1. เจ้าภาพเตรียมของก่อนเริ่มต้นสวดอภิธรรมศพ ก่อนที่จะมีการสวดอภิธรรมศพและแขกเหรื่อต่าง ๆ มาเข้าร่วมพิธีนั้น เจ้าภาพจะต้องเตรียมข้าวของให้พร้อมเพื่อให้พิธีสวดเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะและ และหรือ ซึ่งจะต้องใช้ในพิธีสวด ตลอดจนปัจจัยถวายพระและอาหารสำหรับเลี้ยงผู้คนที่มาร่วมการฟังสวด รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้เจ้าภาพอาจสอบถามกับทางวัดว่ามีสิ่งใดที่สามารถจัดเตรียมให้ได้บ้าง เนื่องจากวัดล้วนแล้วแต่ต้องจัดงานสวดอภิธรรมศพเป็นประจำทุกคืนอยู่แล้ว ดังนั้น อาจมีข้าวของและอุปกรณ์ที่เจ้าภาพสามารถหยิบยืมหรือให้ทางวัดช่วยจัดหาให้เพื่อลดธุรการลงไปได้บ้าง   2. นิมนต์พระสงฆ์ สำหรับการสวดพระอภิธรรมศพนั้น เจ้าภาพจะต้องมาเพื่อดำเนินการ โดยเวลาในการเริ่มต้นสวดศพนั้นอาจเริ่มตั้งแต่ 18:00 เป็นต้นไป หรือตามแต่ระยะเวลาที่เจ้าภาพสะดวก ระยะเวลาในการสวดจะอยู่ระหว่างครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมง   3. การแสดงความเคารพต่อศพ สำหรับแขกผู้เข้าร่วมงานพิธีกรรมสวดพระอภิธรรมศพ ตามปกติแล้วเมื่อเดินทางมาถึงศาลาที่ตั้งศพ ควรเริ่มต้นด้วยการกราบเบญจางคประดิษฐ์เพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ภายใน ก่อนจะจุดธูปจำนวนหนึ่งดอกเพื่อไหว้เคารพผู้ล่วงลับ โดยการ กรณีที่ผู้ล่วงลับเป็นผู้สูงอายุ กราบเบญจางคประดิษฐ์ กรณีที่ผู้ล่วงลับเป็นพระสงฆ์ ยืนคำนับ หรือนั่งไหว้ กรณีที่ผู้ล่วงลับอยู่ในช่วงวัยเดียวกัน นอกจากนั้น ในกรณีที่ผู้ล่วงลับเป็นเด็กหรือทารก อาจใช้วิธีการโค้งคำนับ ยืน หรือนั่งในท่าทางที่สงบ เพื่อแสดงความเคารพแทนได้เช่นกัน   . 4. การปฏิบัติหลังสวดพระอภิธรรมศพเสร็จสิ้น

เผาหลอก เผาจริง ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

เผาหลอก เผาจริง ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

ปัจจุบันนี้ การเผาหลอก เผาจริง เป็นขั้นตอนพิธีศพที่นำมาปฏิบัติกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในเมืองใหญ่และในพื้นที่ต่างจังหวัด   ทว่าหลายคนยังมีข้อสงสัยถึงการเผาหลอก เผาจริง ที่ปฏิบัติกันนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และทำไมถึงต้องมีการเผาหลอกในพิธีศพ เหตุใดจึงไม่ทำการเผาจริงหลังจากการวางดอกไม้จันทน์เสร็จสิ้นแล้ว   ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการเผาหลอก เผาจริง ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรและทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใดกัน   ประวัติของการเผาหลอก เผาจริง การเผาศพคนตายเป็นประเพณีที่ได้รับอิทธิพลมาจากทางอินเดีย ถึงแม้ว่าจะมีความนิยมในการเผาศพก็ตาม   พิธีการเผาหลอก เผาจริง ธรรมเนียมโบราณตั้งเเต่สมัย รัชกาลที่5   โดยการเผาศพเป็นความเชื่อตามหลักศาสนาพราหมณ์-พุทธ ที่เชื่อว่าการตาย หมายถึง การหลุดพ้นและการไม่มีอัตตาหรือการไม่ยึดติดกับทุกสิ่ง และเพื่อไม่ให้ดวงวิญญาณของผู้ตายเกิดการยึดติดกับร่างกายและสิ่งที่เคยมีอยู่ครั้งยังมีชีวิตอยู่ จึงต้องทำการเผาศพเพื่อไม่ให้หลงเหลือสิ่งที่จะใช้ยึดเหนี่ยว ของที่ระลึกงานศพ ดังนั้น เมื่อมีคนตายเกิดขึ้น ญาติจะทำการเผาศพของผู้ตายและนำอัฐิไปลอยแม่น้ำ (ลอยอังคาร) ซึ่งจะลอยในแม่น้ำคงคาตามความเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถชำระล้างได้ทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่บาปกรรมที่คนผู้นั้นได้เคยกระทำไว้ครั้งยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนั้นการลอยอัฐิของผู้ตายไปตามแม่น้ำ ยังทำเพื่อให้วิญญาณของผู้ตายได้หลุดพ้น ซึ่งความเชื่อเรื่องนี้ได้แพร่เข้ามาพร้อมกับหลักศาสนาพราหมณ์-พุทธ ทำให้คนไทยเริ่มมีการเผาศพแทนการฝังศพ   ข้อมูลเพิ่มเติม: ประวัติการฝังและเผาศพ   การเผาศพในสมัยก่อนยังไม่มีการสร้างเมรุแบบถาวรเหมือนในปัจจุบันนี้ หากต้องการเผาศพจะทำการสร้าง เมรุลอย หรือ เมรุชั่วคราว ด้วยการนำไม้มาต่อกันเป็นชั้น ๆ เรียกว่า

พิธีเก็บกระดูก พิธีเก็บอัฐิ ขั้นตอนและความเชื่อ

พิธีเก็บกระดูก พิธีเก็บอัฐิ ขั้นตอนและความเชื่อ

พิธีเก็บกระดูก – เมื่อจบขั้นตอนการฌาปนกิจศพ ถือว่างานศพที่จัดขึ้นได้เดินทางมาถึงครึ่งทางของการส่งดวงวิญญาณของผู้ตายแล้ว และต่อจากนี้ก็มีอีก 2 พิธีที่ต้องทำให้แก่ผู้เสียชีวิต คือ พิธีเก็บอัฐิ และ การลอยอังคาร ‘เก็บกระดูก ลอยอังคาร’ โดย การเก็บกระดูกหลังเผา จะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากการฌาปนกิจศพเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่ง ของที่ระลึกงานฌาปนกิจ นิพพานกิฟ ของชำร่วยงานศพ snack box งานศพ ยาดม ของชำร่วย ของชำร่วย ราคาส่ง ราคาถูก ร่มของชำร่วย ส่งด่วน ส่งไว ราคาผู้ผลิต   ประวัติพิธีการเก็บกระดูก พิธีการเก็บกระดูก (Bone collecting ceremony) – การเก็บกระดูกผู้ตายตามประวัติศาสตร์ราว 2,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ได้มีการเก็บกระดูกของผู้ตายเกิดขึ้นแล้ว โดยการเก็บกระดูกจะเกิดขึ้นในช่วงการฝังครั้งที่ 2 เพราะคนในยุคนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับคนที่เพิ่งหมดลมหายใจว่าคนเหล่านั้นยังไม่ได้ตาย แต่ว่าขวัญที่อยู่ในร่างกายนั้นหลุดออกจากร่าง ซึ่งหากสามารถทำการเรียกขวัญกลับมาเข้าร่างได้ คนผู้นั้นก็จะตื่นขึ้นมา ดังนั้น เมื่อมีผู้ที่หยุดหายใจ ญาติหรือคนใกล้ชิดจะยังไม่ทำการฝังศพในทันที แต่จะนำศพมาวางไว้ที่บ้านหรือที่โลง และทำเสียงดังมาก ๆ

Product added!
The product is already in the wishlist!

The product has been added to your cart.

Continue shopping View Cart