ของไหว้วันเผา กุศลครั้งสุดท้ายแด่คนที่รัก

ของไหว้วันเผา

ของไหว้วันเผา – ความตายเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถหนีพ้นได้ ทุกคนย่อมต้องก้าวเข้าสู่ความตายสักวันหนึ่ง และวันสุดท้ายที่เราจะแสดงความอาลัยกับศพผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายตามประเพณีไทย ก็คือ วันฌาปนกิจศพหรือวันเผาศพ เพื่อส่งวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตไปสู่สรวงสวรรค์อย่างสงบ

ซึ่งในวันนี้จะมีพิธีการและขั้นตอนการจัดงานอยู่หลายอย่าง รวมถึงมีสิ่งของที่ต้องจัดเตรียมเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์

ของไหว้วันเผา

 

ประวัติการเผาศพและความสำคัญของของไหว้วันเผา

การเผาศพเริ่มต้นมาเมื่อไม่กี่พันปีก่อนหน้าเท่านั้น เพราะในอดีตเมื่อมีผู้ตายจะทำการฝังศพลงในดิน ยังไม่มีการเผาศพเช่นในปัจจุบันนี้ ซึ่งการเผาศพเริ่มต้นเมื่อประมาณพันกว่าปีก่อน โดยมีจุดเริ่มต้นที่ประเทศอินเดียตามความเชื่อของศาสนาฮินดูที่เมื่อมีผู้ตายจะทำการเผาศพ

และต่อมาได้มีการนำหลักของศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธเข้าไปในพิธีการปลงศพด้วยการเผา เช่น การสวดศพ และการทำบุญถวายทาน เป็นต้น

ช่วงแรกการปลงศพด้วยการเผาศพในประเทศไทย เป็นการปลงศพในกลุ่มของพระบรมวงศานุวงศ์และเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น สำหรับสามัญชนยังไม่ทำการเผาศพ แต่ยังคงทำการฝังศพตามความเชื่อดั้งเดิมที่สืบต่อกันมา โดยการฝังจะมีการใส่เครื่องใช้ เครื่องประดับหรือทรัพย์สินเงินทองใส่ลงไปในหลุมศพและฝังรวมกับผู้ตายตามฐานะของผู้ตาย ตามความเชื่อว่าให้ผู้ตายมีทรัพย์สินติดตัวเพื่อให้ใช้ในภพหน้า

 

แต่สำหรับการเผาถึงจะไม่มีการเผาทรัพย์สินเงินทองร่วมไปกับศพผู้ตาย ทว่าก็มีการใส่ทรัพย์สินไปในโลงศพเพื่อให้ผู้ตายได้ใช้ในภพหน้าเช่นกัน และมีการนำออกมาก่อนที่จะทำการเผา โดยทรัพย์สินดังกล่าวจะถูกนำออกมาจากโลงและนำไปทำบุญทำทานต่อไป

 

การปลงศพด้วยการเผา แบ่งได้กี่รูปแบบ

การปลงศพด้วยการเผาศพนั้นจะสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วย คือ

 

1. แบบที่เผาภายใน 3-7 วัน

การปลงศพแบบนี้จะมีการจัดงานพิธีศพหลังจากที่ผู้ตายเสียชีวิต และทำการปลงศพด้วยการเผาทันทีที่ทำการตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ซึ่งการปลงศพจะทำการเผาภายใน 3-7 วัน

 

เมรุ งดงามที่สุดในไทย
เมรุ งดงามที่สุดในไทย สร้างด้วยงบศรัทธากว่า 14 ล้านบาท – ออกแบบโดย หลวงพ่อญา สีลวัณโณ – ตั้งอยู่ที่วัดสังข์มงคล บ.ขยอง (ขะ-หยอง) ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ – ขอบคุณรูปภาพจาก siamrath.co.th

 

2. แบบที่เก็บศพไป 100 วันก่อนจึงค่อยทำการเผา

บางครั้งเจ้าภาพอาจจะยังไม่พร้อมที่จะทำการเผาศพหรือต้องรอเวลา ดังนั้น จึงต้องทำการเก็บศพผู้ตายไว้ตอนตามระยะเวลา เช่น เก็บไว้ 100 วัน 1 ปี เป็นต้น

ไม่ว่าจะเป็นการเผาศพแบบใด ที่สำคัญเลยคือ  ในวันปลงศพจะต้องมีการจัดเตรียมของไหว้วันเผา เช่นเดียวกัน สำหรับของไหว้วันเผาจะมีทั้งเครื่องอุปโภคและเครื่องบริโภค

 

ของไหว้จะมีใช้อยู่ 3 ช่วงเวลา คือ ช่วงถวายเพล ช่วงกัณฑ์เทศน์และช่วงก่อนการเผาศพหรือที่เรียกว่าการทอดผ้าบังสุกุล

 

พิธีกรรมการทอดผ้าบังสุกุล และความเป็นมา

ก่อนการปลงศพด้วยการเผาจะมีพิธีกรรมเพื่อเป็นการสร้างกุศลผลบุญให้กับผู้ตาย ด้วยการถวายของต่าง ๆ ต่อพระภิกษุที่เข้ามาร่วมพิธี ดังนั้น ของไหว้วันเผาที่จัดเตรียมไว้ก็เพื่อเป็นการทำบุญให้กับผู้ตาย นั่นเอง โดยเฉพาะการทอดผ้าบังสุกุลก่อนที่จะทำการวางดอกไม้จันทน์ ถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะ การทอดผ้าบังสุกุลจะมีการโยงสายสิญจน์จากโลงศพหรือมือของผู้ตายมายังพานที่วางผ้าบังสุกุล ซึ่งเปรียบเสมือนว่าผู้ตายได้เป็นคนถวายผ้าชุดนั้นกับพระภิกษุด้วยตนเอง   ผ้าบังสุกุล ถือว่าเป็นการถวายผ้าที่ได้กุศลอันแรงกล้า  เนื่องจากในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ห้ามมิให้พระภิกษุรับผ้าจากฆราวาสที่นำมาถวาย แต่ให้ทำการเก็บผ้าบังสุกุลหรือผ้าที่ทิ้งแล้ว เช่น ผ้าห่อศพ เป็นต้น นำมาทำความสะอาดและตัดเย็บเป็นผ้าสบง ผ้าจีวรหรือผ้าห่มซ้อน ไว้ใช้แทนผ้าผืนที่เกิดการชำรุด

ทำให้พระภิกษุเกิดความยากลำบากในการหาผ้ามาทดแทนผ้าที่ชำรุดเสียหายและผ้าในสมัยก่อนนั้นหายากมาก ดังนั้นเมื่อฆราวาสต้องการที่จะถวายผ้าต่อพระภิกษุจึงต้องนำไปวางพาดหรือทิ้งไว้บนต้นไม้ บนพื้นที่พระภิกษุเดินผ่าน ซึ่งการถวายผ้าบังสุกุลจึงถือว่าเป็นการทำบุญที่ได้บุญกุศลสูงอย่างหนึ่ง

 

ดังนั้น ในการพิธีศพเพื่อเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ตาย จึงให้ผู้ตายทำการทอดผ้าบังสุกุลให้กับพระภิกษุ ซึ่งทางเจ้าภาพจะต้องทำการจัดเตรียมผ้าบังสุกุลเป็นของไหว้วันเผาด้วยทุกครั้ง

 

โดยผ้าที่ใช้เป็นผ้าบังสุกุลสามารถใช้ได้ทั้งแบบผ้าไตรหรือจะเป็นผ้าเพียงชนิดเดียว เช่น ผ้าสบง ผ้าจีวร ก็ได้

นอกจากผ้าบังสุกุลแล้วยังมีของไหว้วันเผาที่ใช้ในการถวายพระภิกษุหลังจากฉันเพลและหลังจากที่ทำการเทศนาธรรมอีกด้วย ซึ่ง ปริมาณและชนิดของของไหว้วันเผาที่จัดเตรียมจะมากหรือน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าภาพ นั้นเอง

 

ของไหว้วันเผาที่ต้องเตรียม

วันปลงศพด้วยการเผาศพจะมีพิธีการหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ช่วงสายจนกระทั่งถึงเวลาการเผาศพ ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีสิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ โดยของไหว้วันเผาที่เจ้าภาพต้องทำการจัดเตรียมมีดังนี้

 

1. เครื่องไทยธรรม

เครื่องไทยธรรมหรือเครื่องสังฆทานนี้จะจัดไว้สำหรับถวายพระที่มาทำการฉันเพลตามคำเชิญของเจ้าภาพ ดังนั้น จำนวนของเครื่องไทยธรรมจะต้องมีจำนวนเท่ากับจำนวนพระที่ทำการนิมนต์มาฉันเพล  โดยเครื่องไทยธรรมที่จัดเตรียมไว้จะประกอบด้วย สิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ไฟฉาย ร่ม ผ้าไตรจีวร รองเท้าแตะ ยาสระผมและผ้าสบง เป็นต้น

เครื่องไทยธรรม สังฆทาน

ซึ่งขนาดของเครื่องไทยธรรมจะขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าภาพ โดยจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ และปัจจุบันนี้เครื่องไทยธรรมสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้า ร้านสังฆภัณฑ์หรือร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับงานพิธีศพทั่วไป

 

2. เครื่องติดกัณฑ์เทศน์

ก่อนที่จะมีการฌาปนกิจศพ เจ้าภาพต้องนิมนต์พระภิกษุมาทำการแสดงธรรมเทศนาให้กับผู้ที่เข้าร่วมพิธีปลงศพ ซึ่งเมื่อพระภิกษุทำการเทศนาธรรมจบแล้ว เจ้าภาพจะต้องถวายเครื่องติดกัณฑ์เทศน์ให้กับพระภิกษุที่ทำการแสดงธรรมเทศนา โดยเครื่องติดกัณฑ์เทศน์ใช้ได้ทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภค เช่น บง จีวร ผ้าไตร ของกิน น้ำดื่มหรือสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ เป็นต้น ซึ่งเครื่องติดกัณฑ์เทศน์นี้จัดเตรียมตามจำนวนพระภิกษุที่ทำการแสดงธรรมเทศนาในงานพิธี

เครื่องติดกัณฑ์เทศน์

เครื่องติดกัณฑ์เทศน์มีวางจำหน่ายเป็นชุดตามร้านสังฆภัณฑ์และร้านค้าทั่วไป แต่ว่าเจ้าภาพสามารถทำการจัดเตรียมด้วยตนเอง ด้วยการเตรียมของกิน ของใช้ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง และยารักษาโรค เป็นต้น โดยเป็นชุดติดกัณฑ์เทศน์หรือถวายเป็นปัจจัยใส่ซอง แนบมาพร้อมกับผ้าไตรถวายให้พระภิกษุที่ทำการเทศนาก็ได้

 

3. ผ้าทอดบังสุกุล

ผ้าทอดบังสุกุลถือว่าเป็นของไหว้ก่อนเผาที่ขาดไม่ได้ ต้องทำการจัดเตรียมให้ครบถ้วน เพราะว่าก่อนที่จะทำการปลงศพด้วยการเผา เจ้าภาพจะต้องทำการทอดบังสุกุลด้วยการเชิญญาติผู้ใหญ่หรือบุคคลที่นับถือมาทำการทอดผ้าบังสุกุล ซึ่งผ้าทอดบังสุกุลจะใช้เป็นผ้าไตรจีวรหรือเป็นผ้าสบงเพียงอย่างเดียวก็ได้

แต่ในบางงานจะมีการจัดเตรียมชุดผ้าไตรสำหรับทอดบังสุกุลไว้หนึ่งชุด สำหรับประธานในพิธีใช้ในการทอดผ้าบังสุกุล ส่วนบุคคลอื่นจะใช้ผ้าสบงในการทอดผ้าบังสุกุล แต่บางงานจะใช้ผ้าไตรจีวรในการทอดผ้าบังสุกุลทั้งหมดก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าภาพ

ผ้าไตรจีวร
ผ้าไตรจีวร

 

ซึ่งในปัจจุบันนี้ การทอดผ้าบังสุกุลจะนิยมใช้ผ้าไตรจีวรมากกว่าใช้ผ้าสบงเพียงอย่างเดียว เพราะการถวายผ้าไตรจีวรเป็นผ้าที่ครบพร้อมสำหรับการใช้งานของพระภิกษุ  ถือว่าเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นการใช้ผ้าไตรในการทอดบังสุกุลในวันฌาปนกิจศพถือว่าเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ตายด้วย

 

4. ดอกไม้จันทน์

 ดอกไม้จันทน์ ประกอบด้วยตัวดอก หนวดจันทน์ ธูป และเทียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการขมากรรมในสิ่งที่เคยได้ล่วงเกินผู้ตายมาก่อน และเป็นการแสดงความเคารพผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย  โดยเจ้าภาพจะจัดดอกไม้จันทน์ใส่วางไว้ตามจุด เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้หยิบเพื่อนำไปวางหน้าโลงศพในขั้นตอนการเผาหลอก และนำไปเผาร่วมกับศพในเชิงตะกอนต่อไป

ดอกไม้จันทน์ที่นำมาใช้ในพิธีเผาศพจะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบช่อประธาน สำหรับญาติผู้ใหญ่ที่มาเป็นประธานในพิธีและแบบดอกเดี่ยว สำหรับผู้ที่เข้ามาร่วมงานทุกคน

ดอกไม้จันทน์

 

และที่กล่าวมานี้ก็ล้วนเป็นของไหว้วันเผาที่ทางเจ้าภาพจะต้องจัดเตรียมไว้สำหรับงานพิธีศพในวันเผา ซึ่งเจ้าภาพต้องทำการเตรียมให้พร้อมก่อนถึงวันงานพิธีปลงศพ

อนึ่ง ทางเจ้าภาพควรจะจัดเตรียมของที่ระลึกงานฌาปนกิจเพื่อสำหรับแจกเป็นของที่ระลึก ให้แก่แขกผู้มีเกียรติ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่ได้สละเวลามาร่วมงาน อีกทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงคุณงามความดีของผู้ล่วงลับอีกด้วย

 

ของไหว้วันเผาถือว่าเป็นของจำเป็นและมีความสำคัญยิ่ง เพราะของไหว้วันเผาเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะมอบให้ผู้ตายอันเป็นที่รัก ซึ่งขนาดและปริมาณของไหว้วันเผาที่นำมาใช้ในงานพิธีปลงศพนั้น ไม่ว่าจะมีราคาสูงหรือต่ำ ปริมาณมากหรือน้อย ล้วนไม่สำคัญเท่ากับความตั้งใจจริงของเจ้าภาพที่ตั้งใจจัดเตรียมเพื่อสร้างกุศลผลบุญให้กับผู้ตายในวันเผาศพ เพราะการทำบุญที่ได้กุศลสูงสุดอยู่ที่ความตั้งใจอันบริสุทธิ์นั่นเอง

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

 
 
 

The product has been added to your cart.

Continue shopping View Cart